วิชาในระบบโหราศาสตร์จีนเป็นวิทยาศาสตร์จริงหรือ? และ วิชาคี้มึ้งตุ่งกะ..
![]() ช่วงนี้ภาระกิจส่วนตัวยุ่งเหลือหลาย จึงไม่ค่อยได้มีเวลาว่างได้เขียนบทความให้ผู้สนใจได้อ่าน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ เอาไว้สู้กับพวกกำมะลอ แต่ก็ยังคงค้างบทความอีกอันหนึ่ง ซึ่งต้องเขียนอธิบายความเป็นไปตามความจริงของหลักวิชา ย่อมไม่ถูกใจใครแน่ๆ เพราะมันขัดผลประโยชน์ของกลุ่มกำมะลอ ระยะหลังๆ มานี่ รู้สึกว่า เทรนฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์ จะทำให้คนบ้าไม่ลืมหูลืมตาไปเลยทีเดียว หลายๆ คน มักอ้างว่า วิชาฮวงจุ้ย ดวงจีน ฤกษ์ยาม เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์ โดยพยายามหาทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาเทียบเคียงแบบข้างๆ คูๆ เพื่อให้เหตุผลของตนมีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ แต่ดันลืมกฏพื้นฐานไปอย่างหนึ่งว่า หลักการทางคณิตศาสตร์ก็มีความสัมพันธ์กับหลักการทางวิทยาศาสตร์ ฉะนั้น เมื่อ 1+1=2 แม้จะบวกกี่ครั้งก็ตาม คำตอบก็ยังต้องเหมือนเดิม เช่นเดียวกันกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ สูตรทางวิทยาศาสตร์ และ สูตรทางเคมี เมื่อจับมาผสมกันตามกฏ ผลลัพธ์ที่ได้ต้องเป็นเช่นเดิมเสมอไป หรือ มีค่าเบี่ยงเบนบ้างอยู่ในกรอบที่ยอมรับได้ ฉะนั้น ค่าที่ได้รับจากการทดสอบ และ ทดลอง ย่อมมีค่าความผิดพลาดน้อยที่สุด จึงจะเรียกว่า เป็นผลอันเกิดจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ... เมื่อกลับมามองทางระบบวิชาโหราศาสตร์จีน ได้แก่ ฮวงจุ้ย ดวงจีน และ ฤกษ์ยาม ฯลฯ กลับไม่เป็นเช่นนั้น ผู้ที่พยายามอวดอ้างว่า ตนสามารถอธิบายหลักการโหราศาสตร์จีน โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ได้ แต่กลับไม่สามารถแสดงผลการทดลอง อันเกิดจากหลักการที่ตนเองอวดอ้างว่า สามารถอธิบายให้เป็นวิทยาศาสตร์ได้คงที่เช่นเดิม หมายความว่า ผลลัพธ์ไม่คงที่ ไม่แน่นอน คำถามก็คือว่า แล้วมันตรงวิทยาศาสตร์ตรงไหนล่ะ? ก็ในเมื่อผลที่เกิดขึ้นมาจากสมการที่คุณตั้งขึ้นมานั้น มันมีค่าความผันแปรและมีค่าความเบี่ยงเบนไม่คงที่ ซึ่งพวกฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์โดยร้อยละ 98.5 ไม่สามารถทำได้อย่างที่ตนเองพูดโอ้อวดโฆษณาไว้ ย่อมหมายถึง ไม่ได้ผล คือ จัดแล้วไม่ได้ผลตามที่อวดอ้าง จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามแต่ที่ผูู้้อวดอ้างพยายามยกขึ้นมาอ้างข้างๆ คูๆ จนสีข้างแดง ว่าเป็นเพราะอย่างนั้น เป็นเพราะอย่างนี้ ทำให้จัดแล้วไม่ได้ผล ก็แล้ว ทำไม!! ไม่บอกลูกค้า หรือ ผู้ที่หลงเชื่อไปตั้งแต่แรกล่ะว่า การจัดฮวงจุ้ยในครั้งนั้นจะมีผลกี่เปอร์เซ็นต์ ในเมื่อตนเองเป็นคนผสมสูตรสมการหลักการฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์ด้วยตนเอง ก็ย่อมจะสามารถ กำหนด หรือ อนุมานผล ที่จะเกิดขึ้นจากการผสมสมการอันนั้น หรือว่า หลักการฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์ จะเป็นแค่เพียงคำอวดอ้างโฆษณาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ในสายตาของพวกคลั่งไคล้วิทยาศาสตร์เท่านั้น โดยเนื้อแท้ใจความแห่งความเป็นจริงแล้ว ตนก็ยังไม่สามารถอธิบายหลักการ และ องค์ประกอบอื่นๆ ที่สูงขึ้นไปในหลักวิชาฮวงจุ้ยได้เลยว่า เป็นอะไร? เพราะอะไร? ทำไม..จึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ได้? ฉะนั้น ถ้าใครเก๋าจริง ไม่เก๋าเจ้ง และ ยืนยันว่า “ฮวงจุ้ยนั้นมันเป็นวิทยาศาตร์” วันหลังว่างๆ ไปเจอกันที่สุสานบ้างก็ดี จะให้ล้มทั้งยืน นอนกุมท้องเป็นกุ้ง นอนครางโอดโอย ด้วยฤทธิ์ของสัวะ แบบว่า วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ถูกเลยเชียวล่ะ หรือ เอาไว้เจอกันต่อหน้าก็ได้ รบกวนช่วยตอบคำถามของข้าพเจ้าสัก 3-4 ข้อ รับรองได้ว่าจะมึนจนไม่สามารถตอบได้เลยทีเดียว ... หากถามข้าพเจ้าว่า วิชาโหราศาสตร์จีน (ฮวงจุ้ย ดวงจีน และ ฤกษ์ยาม) มันคือหลักวิชาอะไร? ต้องตอบว่า เป็นหลักการของ “อภิปรัชญา” ความหมาย [อะพิปฺรัดยา, อะพิปฺรัดชะยา] น. ปรัชญาสาขาหนึ่งว่าด้วย ความแท้จริง ซึ่งเป็นเนื้อหาสําคัญของปรัชญา. (Metaphysics). ฉะนั้น อภิปรัชญาจีน สาขาวิชาโหราศาสตร์จีน จึงกล่าวถึง “ความแท้จริง ได้แก่ ความเป็นไปของธรรมชาติ” โดยใช้หลักการคำนวณอันเกิดจากความรู้ชั้นสูงกว่าสามัญบุคคลจะเข้าใจได้โดยง่าย แต่สำหรับผู้ศึกษาวิชาฮวงจุ้ย ดวงจีน และ ฤกษ์ยาม โดยผิวเผินแล้ว จะเข้าใจว่า หลักวิชาดังกล่าวเป็นของศึกษาได้ง่ายดาย เนื่องด้วย ขาดความรู้ความเข้าใจ และ ยังไม่รู้ถึงรายละเอียดอันลึกซึ้งของหลักวิชาชั้นสูง ย่อมต้องหลงเข้าใจเป็นธรรมดาว่า หลักวิชาดังกล่าวนั้นเข้าใจได้ง่ายเหลือเกิน แต่เมื่อบุคคลศึกษาลึกลงไปในรายละเอียดชั้นสูง ย่อมยากที่จะอธิบายได้ว่า วิชาฮวงจุ้ย คือ สิ่งใดกันแน่? กล่าวคือ หลักวิชาฮวงจุ้ย ดวงจีน และ ฤกษ์ยามชั้นสูงต่างๆ นั้น สามารถเข้าใจ และ อธิบายความเป็นไปของพลังงานในธรรมชาติ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในโลกมนุษย์นี้ ทั้งคน และ สัตว์ทุกชนิด รวมถึงความเป็นไปของธรรมชาติทั้งหมด ธรรมชาตินี้..ยิ่งใหญ่เหลือเกิน มนุษย์เอง..ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มวลความรู้ทั้งหมด..ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ถ้าเราหลงเข้าใจว่า หลักการทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นความรู้น้อยนิด สามารถอธิบาย และ เอาชนะปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้ ข้อนี้เห็นจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างมหันต์ หลายต่อหลายครั้งที่ธรรมชาติได้แสดงให้เราเห็นแล้วว่า มันมีพลังมหาศาลจนสามารถทำลายล้างทุกสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ได้นับครั้งไม่ถ้วน ... ดังนั้น การกล่าวว่า วิชาฮวงจุ้ย ดวงจีน และ ฤกษ์ยาม เป็นวิทยาศาสตร์ เห็นจะเป็นความคิดที่สุดสั้นเกินไป อาจเนื่องด้วย ความไม่เข้าใจอย่างแท้จริงก็คงเป็นได้ ต้องย้อนกลับมาถามว่า แล้ววิทยาศาสตร์หัวข้อใด อันสถาบันวิทยาศาสตร์ใดสอน จึงไประบุว่า องศานี้เป็นธาตุนี้ ขุนเขานี้้เป็นธาตุนี้ แล้วเมื่อเป็นธาตุแล้ว ยังแบ่งเป็นอิม-เอี้ยงด้วยว่า องศานี้เป็นธาตุนี้ มีพลังเป็นเอี้ยง องศานี้เป็นธาตุนี้ มีพลังเป็นอิม และอีกมากมายร้อยแปดพันเก้าคำถามที่มันจี้ลงไปในหัวใจของพวกที่ชอบอ้างฮวงจุ้ยเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อเขียนมาถึงตรงนี้ หลายคนคงจะมีข้อสงสัยว่า หลักการที่กล่าวมานั้น สามารถพิสูจน์ได้มั้ย? จะเป็นไปตามที่ข้าพเจ้ากล่าวมาหรือไม่? ข้าพเจ้าก็ขอตอบว่า สามารถพิสูจน์ได้จริง แต่ต้องใช้หลักการเฉพาะของวิชาเท่านั้น ไม่ใช่นำเอาหลักการอันอื่นมาพิสูจน์ ฉะนั้น เมื่อถามคำถามหลายๆ อย่างในหลักการฮวงจุ้ยชั้นสูง อันผู้อ้างว่า สามารถอธิบายได้ตามแนววิทยาศาสตร์ จะตอบไม่ได้เลย เพราะว่า เข้าใจหลักวิชาฮวงจุ้ยคลาดเคลื่อนไปจากหลักวิชาแท้จริง จึงอนุมานเอาเองว่า มันน่าจะเป็นอย่างนั้น มันน่าจะเป็นอย่างนี้ ด้วยความไม่มีครูบาอาจารย์ผู้รู้จริงสั่งสอน จึงหลงทางไปไกลสุดกู่ แบบน่าเวทนาในความไม่รู้จริง คนไม่รู้จริงแล้ว รู้จักเจียมตนนี่ น่าเก็บมาสั่งสอน แต่พวกรู้ไม่จริง โง่แล้วอวดฉลาดนี้ ต้องหลีกให้ไกล เพราะขืนอยู่ใกล้ ความรู้ก็คงคับแคบตาม ดังมีบทคำพังเพยเปรียบเปรยว่า
So little yet so much one knows, Like a frog which grows in a puddle,
knowing not oceans so ever vast, becomes befuddled by its small world
![]()
![]() วิชาฉีเหมินตุ้นเจี่ย (คี้มึ้งตุ่งกะ) สุดยอดวิชาในระบบฤกษ์ยามที่สามารถคำนวณหาทิศทาง และ เวลาที่ดี-ร้ายได้ เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วย กลยุทธ์ หรือ กลวิธีทางพิชัยสงคราม ที่นำมาใช้ในการศึกยุคโบราณ ยกตัวอย่าง ในยุคของกษัตริย์ จู หยวน จาง (น้องชายของกษัตริย์จู หยวน จาง เป็นผู้ชำนาญในวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ ตามบันทึกลำดับของผู้สืบสายวิชาแขนงนี้) ได้นำหลักวิชานี้มาใช้เพื่อล้มล้างราชวงศ์หยวน (เผ่ามองโก) และ กอบกู้ราชวงค์หมิง แม้กระทั่งในยุคก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองในประเทศจีน การสิ้นสุดของราชวงศ์เช็ง (แมนจู) บุคคลสำคัญ เช่น หยวนซือไค, ดร.ซุนยัดเซ็น, เหมาเจ๋อตง และ เจียงไคเช็ค ล้วนมีความรู้ในวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ เนื่องจาก บุคคลเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากตระกูลทางฝั่งภรรยา ซึ่งได้นำวิชานี้มาประกอบกลยุทธ์ทางพิชัยสงคราม ภายใต้หลักการของฤกษ์ยาม และ ทิศทางในการสู้รบ จนทำให้กองทัพของคณะปฏิวัติประสบกับชัยชนะ และ สามารถปฏิรูปการปกครองขึ้นมาใหม่ กลายเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในทุกวันนี้
ทฤษฎี “คี้มึ้งตุ่งกะ” 奇门遁甲 (ฉีเหมินตุ้นเจี่ย) เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยทิศทาง ประกอบด้วยฤกษ์ยาม โดยทิศทางของประตูพิศดาร จะมีพื้นฐานอยู่ 8 ประตู แต่เมื่อมีการพลิกแพลงจะสามารถแยกออกเป็น 64 ประตู ดังนั้น เมื่อนำวิชานี้มาใช้กับ วัน เวลา ก็จะทราบ วัน เวลา ดังกล่าว เหมาะกับเรื่องอะไร ดี-ร้ายอย่างไร ด้วยการพิจาณาเก็กพลังงานที่ทำปฏิกริยากัน วิชาคี้มึ้งตุ่งกะ หรือ วิชาประตูประหลาดซ่อนขุนพล ท่านปรมาจารย์ได้คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในกลศึกสงครามจีนในอดีต ซึ่งแบ่งเก็กพลังงานออกเป็น 8 เก็ก แตกแยกย่อยไปถึง 64 เก็กพลังงาน อันมีความสัมพันธ์กับวิชาลักจับสี่ข่วย (64 ข่วย) และ หลักการเดินดาวโดยอาศัยดาวจรวัน ฯลฯ ในการคำนวณ โดยไม่ได้ตั้งใจให้เป็น แต่เนื่องด้วยหลักวิชาดังกล่าว เป็นวิชาที่ว่าด้วยตำแหน่งดี-ร้าย และ ทิศทางที่เหมาะสมกับช่วงเวลา โดยผู้ศึกษาต้องอาศัยความชำนาญในหลักการคำนวณที่สลับซับซ้อน ทำให้ผู้ศึกษาวิชานี้เกิดความแตกฉานได้น้อยมาก อีกทั้งไม่ค่อยมีการถ่ายทอดสู่คนนอกน้อยมากนัก เนื่องจาก เป็นที่หวงแหน จะถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ หรือ ลูกหลานไม่กี่คน ทำให้ซินแซกำมะลอบางกลุ่มได้อาศัยจุดอ่อนนี้ สร้างสิ่งเสมือน หรือ โคลนนิ่งโปรแกรมขึ้นมา เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ โดยมีเจตนาเพื่อสิ่งเดียว คือ เงิน เท่านั้น แต่สิ่งที่ส่งผลแก่ผู้นำมันไปใช้กลับไม่รู้จักคิด ไม่สงสารคนที่เขาหวังพึ่งสิ่งเหล่านี้ นี่คือ ความเลวของจิตใจของคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน มากกว่าที่จะคิดถึงผู้อื่น สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ท่านทั้งหลายควรใช้ปัญญาพิจารณาให้หนัก เนื่องจากว่า ความผิดพลาดใดๆ ก็ไม่ควรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ซึ่งเป็นคุณธรรมของผู้ศึกษาศาสตร์นี้ สำหรับทฤษฎีคี้มึ้งตุ่งกะ 奇门遁甲 (ฉีเหมินตุ้นเจี่ย) ที่ถูกต้องนั้น ถูกแบ่งแยกออกมาเป็นสองสายตามแบบปรมาจารย์ ซึ่งมีความละเอียดถี่ถ้วน ดังนี้
ทั้ง 3 ระบบนั้น เกิดจากคำนวณหาปฏิกริยาของธรรมชาติ และ พลังงานของจักรวาล ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างสอดคล้องกับโลกมนุษย์ เช่น กลุ่มดาวเคราะห์ทั้ง 8 ดวง, กลุ่มดาว 28 กลุ่ม, กลุ่มดาวเหนือและใต้ ซึ่งวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ (ฉีเหมินตุ้นเจี่ย) ทั้งสายซำง้วน และ ซาฮะ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ![]()
8 ประตู ได้แก่
8 ดาวเทพ ได้แก่
ดาว 9 ดวง ได้แก่
วง ได้แก่
หากองค์ประกอบไม่ครบถ้วนดังที่กล่าวมาแล้ว ขออย่าได้ซื้อโปรแกรม หรือ ลงเรียนวิชาคี้มึ้งตุ่งกะที่โฆษณานั้นเลย และ พึงทราบว่า วิชาคี้มึ้งตุ่งกะไม่สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังต่อไปนี้
ในเก็กดิน ปี เดือน วัน ยาม
天任 ดาวเทียนหยิมปรากฏในประตู....
英 ดาวเทียนเอ็งปรากฏประตู......
天心 ดาวเทียนซิมปรากฏประตู.....
ในเก็กฟ้า ปี เดือน วัน ยาม ![]() กลุ่มดาวอัจฉริยะตามวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ ที่ปรากฏในวันที่ 27 มิถุนายน 2552 เวลา 15.00-17.00 น.
![]() เก็กฟ้าตามวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ ที่ปรากฏในวันที่ 27 มิถุนายน 2552 เวลา 15.00-17.00 น.
![]() เก็กดินตามวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ ที่ปรากฏในวันที่ 27 มิถุนายน 2552 เวลา 15.00-17.00 น.
หมายเหตุ หากจะไปเรียนวิชาคี้มึ้งตุ่งกะกับสำนักใด ชมรมใด สถาบันใด ควรขอให้บุคคลผู้ตั้งตนเป็นอาจารย์แสดงวิชานี้ให้ดูก่อน จึงค่อยเชื่อ นอกจากนี้ องค์ประกอบของวิชา และ โปรแกรมที่ใช้ จะต้องมีรายละเอียด ดังแสดงให้เห็น 3 ภาพนี้ ได้แก่
ถ้าถามว่า "ทำไม..ต้องตรงกัน?" ตอบว่า "ถ้าไม่ตรงกัน แล้วมันจะใช้ได้ผลไหมล่ะ" เพราะข้าพเจ้าใช้วิชานี้มาตลอดชีวิตได้ผลทุกครั้งไม่มียกเว้น ฉะนั้น ระวังคำโฆษณาหลอกลวงว่า ได้ผลอย่างงั้น ได้ผลอย่างนี้ ถึงแม้ว่าจะตรงกันแล้ว การอ่านคำทำนายอาจไม่ถูกต้องด้วยซ้ำ เนื่องด้วย ศิษย์ไม่มีครู ก็ได้แต่เดาสุ่ม มั่วดำน้ำ ทำไปเรื่อยๆ ทำหลอกลวงคน ไม่มียางอาย อันนี้น่าจับไปโยนให้จระเข้ที่ฟาร์มกิน
เรื่องการทำนายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โดยใช้วิชาคี้มึ้งตุ่งกะเก็กฟ้านี้ ข้าพเจ้าได้ทำนายปรากฏการณ์ล่วงหน้า ตั้งแต่ เดือนเมษายน 2552 ว่า "วันที่ 27 มิถุนายน 2552 เวลา 15.00-17.00 น. จะเกิดปรากฏการณ์ฟ้าฟื้น คือ ฝนไม่ตก แต่ฟ้าร้อง กลุ่มเมฆดำจะเคลื่อนตัวมารวมกัน ในบริเวณ ต.หนองงูเหลือม อ.เมือง จ.นครปฐม และ ฝนจะตกในเวลา 17.15 น. ของวันดังกล่าว" สุดท้าย ฝนก็ตกลงมาตามคำทำนายของวิชาคี้มึ้งตุ่งกะจริง ณ เวลา 17.15 น. ต่อหน้าคณะศิษย์และชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นกว่า 100 คน ต่างเห็นปรากฏการณ์อัศจรรย์ของวิชาคี้มึ้งตุ่งกะแทบทั้งสิ้น ที่นำมาเขียนนี้มิใช่จะอวดอ้างเพื่อจุดประสงค์อื่นใด แต่เจตนาก็เป็นไปเพื่อให้เหล่ากำมะลอทั้งหลายทราบว่า คนเป็นวิชานี้มันมีอยู่ จะหลอกคนก็ให้ดูตาม้าตาเรือด้วย จะเจอตอเอาง่ายๆ ระบบวิชาเป็นไปในทิศทางใด ใช้ยังไงก็ควรรู้ไว้ เดี๋ยวจะโดนเหล่าซินแซกำมะลอหลวกลวงเสียเงินทิ้งเปล่าๆ
พอกล่าวมาถึงตรงนี้ กลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์ เพราะว่า ตนเองไม่รู้จริงในวิชานี้ ก็จะคันปากแล้วพากันรุมสวดว่า "ถ้ารู้ว่าฝนจะตก ฟ้าจะร้อง เรียกลม เรียกฝนได้ ทำไม!!! ไม่ไปทำงานกรมอุตุนิยมวิทยา จะได้ช่วยทำนาย ฝน ฟ้า หรือ อะไรอีกสารพัดที่ความคิดชั่วๆ ของมันพอจะคิดได้ ก็จะกลั่นความชั่ว มหาชั่วออกมา" ต้องตอบว่า "ขออภัย ไม่ได้ ใครจะทำไม คาดว่า คงไม่หนักอวัยวะส่วนใดของใคร ถ้าใครมันคันมาก ไว้วันหลังเจอกัน จะช่วยแซะตรงที่คันให้ด้วย (สิ่งที่ใช้เดิน) อีกอย่างควรทราบ วิชาที่เรียนมาเขาไม่ได้เอาไปใช้รับจ้างทำนาย การสืบทอดมาเพื่อรักษาภูมิปัญญาของเหล่าปรมาจารย์ เพื่อให้ลูกหลานได้ทราบว่า สิ่งเหล่านี้.....มิใช่วิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องของหลักปรัชญาชั้นสูง ที่ล่วงรู้ความเป็นไปของธรรมชาติ ทั้งคน และ สัตว์ รวมไปถึงพฤติกรรมของฟ้า และ ดิน ที่บอกว่า ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ ก็เพราะวิทยาศาสตร์คงทำไม่ได้อย่างนี้"
การทำนายปรากฏการณ์นี้ เพื่อสืบสายวิชา และ เพื่อแสดงให้คณะศิษย์เห็นประจักษ์แก่สายตาว่า วิชาเหล่านี้ยังคงมีผู้สืบทอด ยังไม่สูญหายไป แต่ถ้าหากจะให้ทำงานจริง ก็คงจะรับตำแหน่งเดียวกันกับโซยซือขงเม้งเท่านั้น นอกจากนั้นแล้ว ตามแต่อารมณ์จะพาไป ถ้าใครไม่เชื่อ จะลองกันก็ได้ แต่ถ้าพวกข้าพเจ้าทำได้จริง จะกล้าก้มลงกราบที่ตีนข้าพเจ้ามั้ยล่ะ? โดยข้าพเจ้าจะไปยืนห่าง 200 เมตร ให้คลานกราบไปจนถึงตัวข้าพเจ้า เพื่อคาราวะผู้สืบสายวิชาจริง กล้าไหม!!! ถ้ากล้า ก็มาลองกัน แต่ไม่สอนให้หรอก ไม่ต้องกลัว ให้รู้ไว้เฉยๆ
ระบบวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ ทั้งภาคฟ้า และ ภาคดิน จำเป็นต้องศึกษาไปอย่างควบคู่กัน ฉะนั้น หากท่านผู้ใดแอบอ้างว่า เป็นวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ (ฉีเหมินตุ้นเจี่ย) แต่ไม่สามารถทำนายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้ แม้ล่วงหน้า เป็นปี เป็นเดือน ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ขอโปรดทราบว่า คนผู้นั้นกำลังโม้ และ หลอกลวง เพื่อหวังผลประโยชน์เป็นตัวเงินเท่านั้น
เกร็ดความรู้ วิชาคี้มึ้งตุ่งกะ (ฉีเหมินตุ้นเจี่ย) เป็นวิชาที่ไขความลับของพลังงานธรรมชาติ ผู้คำนวณหาฤกษ์จะได้รับผลกระทบจากพลังงานของดวงดาวต่างๆ ให้มีอาการร้อนตัว แน่นหน้าอก ใจสั่น หน้ามืด ผมร่วง ผมหงอก ฯลฯ
ฉะนั้น ปรมาจารย์ผู้คิดค้นวิชานี้ จึงได้คิดค้นยันต์คี้มึ้งตุ่งกะ เพื่อให้ผู้ศึกษาวิชานี้ได้ใช้ป้องกันตัวจากผลกระทบร้ายแรงดังที่กล่าวมาแล้ว ผู้ที่เขียนยันต์คี้มึ้งตุ่งกะ ต้องมีความเชี่ยวชาญในวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ จึงจะได้รับผล และ ฮู้ดังกล่าวนั้นต้องเขียนในพิธีกรรมเท่านั้น
หมายเหตุ SA เผยแพร่บทความนี้เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2552 เวลา 15.50 น. สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติปี 2537 ห้ามมิให้นำส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความดังกล่าว ไปดัดแปลง แก้ไข หรือ ทำซ้ำ เพื่อนำไปใช้สอน หรือ เผยแพร่ ในทางพาณิชย์ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Sages Academy และ มีตราประทับเท่านั้น
ทำไมคนคลั่งไคล้ วิชาซำง้วนลักจับสี่ข่วย ชัยภูมิบอกลักษณะและคุณสมบัติของวิชานั้นๆ เรียนก่อนตาย ก่อนที่จะเสียดายที่ไม่ได้เรียน (ตอนที่ 1) ความประทับใจเมื่อศึกษาวิชาดวงจีนเจี่ยโหงวเฮ้ง ครั้งแรกในโลกกับความลับของวิชาซำง้วน 64 ข่วย สู่สาธารณะ
อ่านบทความทั้งหมด >>> คลิ๊กที่นี่ |

































