|
คุณปวเรศ สุธีสมิทธ์ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
ผมเริ่มสนใจ และ ศึกษาเรื่องฮวงจุ้ย เมื่อประมาณปี 2550 โดยเริ่มจากนิตยสารฮวงจุ้ยหัวนอกที่มาตั้งสาขาในเมืองไทย พยายามเพียรอ่านมาเรื่อยๆ เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ได้เข้าเรียนกับคอร์สต่างๆ ของแฟรนไชส์แห่งนั้นก็หลายคอร์ส ซึ่งก็ได้เรียนวิชา บ้านแปดทิศ กับ ดาวเก้ายุค (วิชาดาวบิน) แต่เมื่อถามคำถามที่สงสัย กลับได้รับคำตอบแบบไม่ตรงจุด การจัดบ้านก็ใช้การเดินดาว ดูทิศหลักแปดทิศ แล้วก็ให้เอาของแก้ทั้งหลายไปตั้งตามตำแหน่งต่างๆ ผมถามจนระอาใจ อะไรๆ ก็ขายของ ก็เลยค่อยๆ ห่างออกมา และ เลิกยุ่งไปเอง
จนกระทั่งปลายปี 2552 ก็ถึงเวลาที่กรรมส่งผลต่อตัวเองอีกวาระหนึ่ง ผมไปเจอชมรมหนึ่งจัดงานที่เมืองทอง เจ้าสำนักเป็นหมอฮวงจุ้ยระดับโลก มีคนตามห้อมล้อมคอยรับใช้ตลอด ช่วงแรกที่เข้าไปก็เป็นเหมือนหลายๆ คน ที่ไม่มีวิจารณญาณดีพอ (พูดง่ายๆ ก็คือ โง่ คิดไม่เป็น) เห็นคนอื่นซื้อของเพื่อเอาไปแก้ฮวงจุ้ยกัน ก็อยากได้บ้าง เพราะ ได้ยินคำอวดอ้างสรรพคุณอันเลิศเลอจากคนสอนว่า “ตั้งแล้วดี ตั้งแล้วรวย อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำงาน ก็มีเงินเข้ามา” ไม่ต้องปรับแก้ไขฮวงจุ้ยด้วยซ้ำ มีทั้งตัวสัตว์ราศี และ ของต่างๆ ที่บอกว่า มีเฉพาะภายในชมรมเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อจากที่อื่นได้ ต้องอาศัยฤกษ์ยามในการสร้าง และ ต้องได้รับการประจุพลังจากปรมาจารย์ด้วย (มันก็มาจากเยาวราชกับจตุจักรนั่นแหละ) ในช่วงนั้น ยังมีการนำวัตถุมงคล และ เครื่องรางของขลัง มาให้ลูกศิษย์ผู้ศรัทธาบูชา เพื่อใช้แก้ฮวงจุ้ย (ขอย้ำ คนสอน บอกว่า สามารถนำมาแก้ฮวงจุ้ยได้ด้วย เรียกว่า ฮวงจุ้ยสุวรรณภูมิ) ก็เริ่มสังเกต และ แปลกใจ เพราะสงสัยว่า มันเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร? ถ้าไม่ทำงานจะมีกินไหม? ไม่หิวตายก่อนหรือ? หรือว่า จะตายเสียก่อน เพราะ ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน เอาไปซื้อแก้ฮวงจุ้ยหมด แล้ววัตถุมงคลต่างๆ มันเกี่ยวกับฮวงจุ้ยจริงหรือ??? ทำไม!! สอนให้รอ ไม่สอนให้ทำมาหากิน สอบถามคนเก่าๆ ยิ่ง งง หนักเข้าไปอีก เพราะ เมื่อก่อนมีศาสตร์อินเดียด้วย ทิเบตก็มี
เรื่องของวิชาความรู้ของผู้สอนที่บอกว่า ตนมีวิชามากมาย และ สืบทอดมาจากทวด เป็นวิชาลับ ก็คาดเดาว่า เขาคงไม่อยากบอกใครว่า รู้อะไรบ้าง เพราะ ในตัวอย่างที่สอนกันทุกคืนๆ จะตึกใหญ่ ตึกเล็ก บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ห้องแถว ไม่เคยเห็นสอนออกนอก ดาวเก้ายุค กับ โป๊ยแทะแปดทิศ เลยสักครั้ง มีเพื่อนบางคน บอกว่า เรียนมาหลายปีแล้ว ยังตามเก็บวิชาไม่หมดเลย ขนาดเรียนอาทิตย์ละสี่วันนะ งง สิครับ!!! อาศัยว่า เราเคยศึกษาดาวเก้ายุคมาก่อน จึงทำให้รู้ว่า เขาสอนแบบพายเรือในอ่าง วนไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรมากเกินกว่านั้น (ถ้าสังเกตกันดีๆ เจ้าสำนักนี้มักจนแต้มกับคำพูดตัวเองในอดีตประจำ) และ เมื่อเข้าไปสัมผัสถึงความเป็นมาเป็นไปภายในชมรมก็ถึงกับอาการละอายใจตัวเองที่มาข้องเกี่ยว และ รู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านไปหลายเดือน เพราะ เจ้าสำนักที่หลายคนเชื่อว่า เป็นคนดี เป็นคนร่ำรวย เป็นผู้ให้ เป็นคนใจอ่อน ขี้สงสาร เห็นใจคนอื่น ที่แท้ก็เป็นคนที่หากินอยู่บนความโลภของคน โดยกระตุ้นความอยากในตัวผู้ศรัทธาให้หลงเชื่อ และ ยอมจ่าย เมื่อตามเก็บรายละเอียดไปเรื่อยๆ ก็พบความจริงมากขึ้นไปอีก อาทิเช่น
- ผู้สอนมีประวัติส่วนตัว และ ประวัติการศึกษาวิชาฮวงจุ้ยไม่ชัดเจน บอกว่า วิชาความรู้มาจากอากงเป็นหลัก ซึ่งไม่สามารถสืบทราบประวัติอะไรได้เลย แต่ที่ใกล้เคียงที่สุดเห็นจะเป็น
- เมื่อแก้ฮวงจุ้ยไม่เป็นผล ก็เหยียบย่ำลูกศิษย์ของตนว่า “เขาไม่ทำตามที่อาจารย์สั่ง” เขาจะไม่ทำตามสั่งได้อย่างไร ก็ในเมื่อช่วงเวลาไม่ถึงปี เขายอมจ่ายเงินเชิญคุณไปดูถึง 8 ครั้งๆ ละเกือบสองหมื่น (ยังไม่รวมค่าของแก้ฮวงจุ้ย) นั่นแปลว่า เขาไม่เชื่อคุณหรือ?? เอาอะไรมาคิด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นสองเดือน คุณยังเรียกเขาว่า เป็นลูกศิษย์ที่เชื่อฟังอาจารย์ที่สุด แต่พอเงินหมดก็บอกว่า “เขาไม่ทำตามที่สั่ง”
- ของตั้งเคล็ดฮวงจุ้ย อัญมณีทั้งหลายที่เป็นพลอยอ่อนแท้ ราคาแพงหน่อยไม่ว่ากัน เพราะยังถือว่า เป็นของจริง แต่ของที่เป็นเรซิ่น หรือ วัสดุแข็งขึ้นรูป แล้วมาบอกว่า เป็นหินภูเขาไฟ อันนี้เจตนาหลอกลวงหรือเปล่า??
- วัตถุมงคล และ เครื่องรางของวัดที่เชียงใหม่ ที่นำมาให้บูชา มีราคาเกินกว่าที่วัดมากมายหลายสิบเท่าตัว รับมาห้าร้อยขายห้าพัน ส่วนต่างไม่มีการคืนวัด หรือ แบ่งส่วนให้ แถมบอกให้วัดทำของออกมาก่อนจะขายให้ เมื่อได้เงินแล้วถึงจ่ายคืน (วัดนะครับไม่ใช่โรงงานผลิตของ)
- วัตถุมงคล และ เครื่องรางของวัดที่เชียงใหม่ ที่นำมาให้บูชา เอกสารกำกับ วิธีใช้ หรือ คาถาต่างๆ ถูกบิดเบือน แต่งเติมใหม่ ไม่ให้วิธีใช้ หรือ คาถาที่แท้จริง หรือ ของบางอย่างมีมาสองชิ้นต้องใช้คู่กันก็เอามาแยกขาย เมื่อมีคนบ่นว่า ใช้แล้วไม่เกิดผล คุณคิดว่า เขาจะว่า คุณ หรือ พระอาจารย์ของคุณ?? หรือ ลูกศิษย์ที่บูชาจากคุณเป็นแค่หนูลองยาเหมือนในหลายๆ วิชาที่คุณลองกับพวกเขา??
- ก่อนเรียนวิชาก็รับปากพระอาจารย์ถือสัจจะละเว้น ศีลข้อสาม และ ศีลข้อห้า ตลอดชีวิตเด็ดขาด แต่สั่งไวน์กินแล้วบอกลูกศิษย์ว่า ไม่เป็นไร ตัวเองเป็นผู้สำเร็จแล้ว หมายความว่าอย่างไร??
- อาสาเป็นผู้อุปถัมภ์ก่อสร้างโบสถ์ไม้สัก บอกว่า จะสร้างถวายให้วัดหนึ่งหลัง แต่เมื่อพระอาจารย์ไม่ทำตามที่ตัวเองต้องการ กลับละทิ้งไปเฉยๆ ทั้งที่ทำไปได้แค่ครึ่งเดียว แค่ผ้าม่านหลังพระประธานในโบสถ์เก่าที่รับปากว่าจะติดให้ก็ยังไม่ยอมดูแล
- ข่มขู่พระอาจารย์ว่า ห้ามท่านรับลูกศิษย์อีก เมื่อห้ามไม่ได้ก็ขู่ว่า ห้ามให้วิชาที่เหมือนกับของตัวเอง พอท่านไม่ยอม เนื่องจาก ไม่ยุติธรรมกับคนอื่นๆ ก็สวนกลับด้วยคำว่า “ไปหาเงินสร้างวัดเอาเองก็แล้วกัน” นี่หรือ “ครูบาอาจารย์” ของคน?? นี่หรือคนที่บอกว่า “ตัวเองถือคุณธรรม”???
- วัตถุมงคล และ เครื่องรางของวัดที่เชียงใหม่ ที่นำมาให้บูชา เมื่อไม่ได้ติดต่อกับทางวัดแล้ว เอาที่ไหนมาให้คนซื้อหาบูชากันอีก ทำเองหรือเปล่า?? ถ้าใช่ เป็นการผิดครูหรือไม่?? ตัวเองสำเร็จในสายวิชาทำเทียนแล้วหรือ?? แน่ใจแล้วหรือ?? แล้วคนที่บูชาไปจะใช้ได้จริงไหม?? วัดหรือเปล่าที่ต้องเสียชื่อเสียง ในขณะที่ตัวคุณเองได้เงิน
- พาลูกศิษย์ไปเล่นการพนันที่มาเก๊า บอกว่า จะพาไปดูฮวงจุ้ยของสำนัก ครูบาอาจารย์ที่ดี เขาสอนให้ใช้วิชาในทางแบบนี้?? หรือ เล็งเห็นแล้วว่า จัดทัวร์!! คุ้มค่ากว่าสอนทุกๆ คืน
- ถ้าเชื่อในวิชาฮวงจุ้ยของตัวเองจริง เหตุใดจึงต้องนำเอาวิชาอื่นๆ เข้ามาใช้ด้วย โดยอ้างว่า “ตัวเองเป็นผู้บรรลุศาสตร์ต่างๆ”
- ให้ลูกศิษย์เรียกตัวเองเป็น “เซียนซือ” เวลาออกไปให้คำปรึกษาบุคคลภายนอก ตัวเองเป็นใคร?? อยู่ระดับใดกันแน่?? จึงให้เหล่าลูกศิษย์เรียกตนเองเช่นนั้น นี่แหละ คือ โฉมหน้าแท้จริง (บางส่วน) ของผู้ที่ตั้งตัวเองเป็นปรมาจารย์ระดับโลก หากใครไม่เชื่อสามารถพิสูจน์ได้ครับ พอรู้อย่างนี้ ตัวผมเองก็ตัดขาดจากชมรมนี้ชนิดไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก ในระหว่างนั้น ผมก็ยังพยายามหาความรู้จากตำราฮวงจุ้ยต่างประเทศบ้าง ค้นหาตามอินเตอร์เน็ตบ้าง เพราะโดยส่วนตัวมีความเชื่อ และ ศรัทธาในภูมิความรู้โบราณที่สืบทอดต่อๆ กันมา ถ้าความรู้เหล่านี้ มิใช่ของดีจริง คงไม่มีคนกล่าวขานมาถึงปัจจุบันแน่ เราคงแค่ไม่มีวาสนาเท่านั้น ก็เลยปล่อยวางเรื่องเหล่านี้ จนวันหนึ่ง ได้พบเจอเว็บของ Sages Academy [SA] ซึ่งกำลังจะเปิดสอนวิชา “ดวงจีนทฤษฎีใหม่” ผมจึงตัดสินใจสมัครเรียน เมื่อได้มาเรียนจริงๆ ก็ถึงกับอึ้งในวิธีการสอนของท่านอาจารย์ชนิดถึงลูกถึงคน เด็ดขาด ไม่เกรงกลัวใคร เพราะถือว่า สิ่งที่ท่านถ่ายทอด คือ วิชาที่แท้จริง ยิ่งพอได้เรียนหลักสูตรฮวงจุ้ยชั้นสูง “ซาฮะสี่เก็ก” ยิ่งทำให้เข้าใจว่า วิชาฮวงจุ้ยเป็นเรื่องละเอียดอ่อน สลับซับซ้อน มีพลัง มีเงื่อนไขมากมาย ซึ่งท่านอาจารย์ตั้งเต็กค้วงได้พยายามสั่งสอนให้ลูกศิษย์เข้าใจอย่างถ่องแท้ ถึงเวลาดุ ท่านก็ต้องดุเื่พื่อให้จำได้ แต่ท่านยังให้กำลังใจอีกว่า ฮวงจุ้ย..มันแค่เบื้องต้นเท่านั้น เรียนดวงจีน กับ เรียนฤกษ์ยาม ยากกว่าเยอะ (จริงครับ T_T !)
การเรียนการสอนวิชาต่างๆ ของ Sages Academy เป็นแบบแผน มีหลักสูตรที่เป็นมาตรฐาน มีแหล่งที่มาอย่างชัดเจน การเรียนการสอนก็ไม่มีพิธีรีตองอะไร มุ่งเน้นให้ผู้ศึกษามีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง และ ที่สำคัญที่สุด คือ อาจารย์ผู้ถ่ายทอด เป็นผู้มีภูมิความรู้ในวิชาที่สอนอย่างกระจ่าง ถ่องแท้ และ มีความสามารถในการสอนอย่างลึกซึ้ง
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกโชคดี คือ การได้พบเจอครูบาอาจารย์ ซึ่งหาได้ยากยิ่ง ได้เห็นความไม่ถือตัว ได้เห็นความมีน้ำใจ การเสียสละ ความโอบอ้อมอารี ที่มีให้แก่ลูกศิษย์ ความอุตสาหพยายามอบรมบ่มวิชาความรู้ และ ช่วยเหลือลูกศิษย์ทุกๆ คน แม้ตอนตัวเองไม่สบาย หรือ เหน็ดเหนื่อยจากภาระต่างๆ แต่เมื่อลูกศิษย์มาขอความช่วยเหลือจากท่าน ท่านก็จะช่วยอย่างเต็มที่โดยไม่เห็นแก่ตัวเอง
ไม่ใช่แต่เฉพาะเรื่องวิชาโหราศาสตร์จีนที่ท่านอาจารย์ตั้งเต็กค้วงสอนสั่งเท่านั้น เรื่องคุณธรรม และ ยึดมั่นในการทำความดี เป็นสิ่งที่ท่านอาจารย์พร่ำสอนลูกศิษย์ในทุกๆ ครั้งที่เรียน โดยท่านอาจารย์ทำเป็นแบบอย่างให้เห็นอยู่ตลอดเวลา ทั้งในเรื่องการไม่ยกตนข่มท่าน การมีสัมมาคารวะ การนอบน้อมต่อผู้อาวุโส ฯลฯ ซึ่งผมคิดว่า ท่านอาจารย์เหมาะกับคติ “ดูคนดีด้วยการกระทำ ดูผู้นำด้วยการเสียสละ” ที่สุด..
ขอคารวะด้วยหัวใจครับ
|
การให้บริการ
























