เมื่อคนไม่รู้จริง ออกมาแต่งนิยายหลอกลวงคน
ตอนนี้ ผม (ผู้เขียนบทความนี้) รับหน้าที่เขียนบทความในคอลัมภ์คุยกับซินแซ เนื่องจาก ท่านอาจารย์ติดภาระกิจร่างข้อบังคับของสภาซินแซ และ ระเบียบปฏิบัติของสมาชิกสภา อีกทั้งวางระบบการเรียนการสอนหลักสูตร “ศาสตร์อภิปรัชญาจีน” เป็นวิทยาทานแก่ท่านผู้สนใจ ไม่ให้โดนหลอกลวงจากกลุ่มแก๊งซินแถกำมะลอ100 ซึ่งช่วงนี้ กำมะลอดิ้นใหญ่ เนื่องจาก ภาพมายาที่มันสร้างเอาไว้หลอกคน เริ่มมัวมาก คนเริ่มไม่เชื่อถือ และ เริ่มเห็นเขาที่มันแอบซ่อนเอาไว้ (เอ๊ะ!! ตัวอะไรเอ่ย? มีเขาอยู่บนหัว อิอิอิ) ตอนนี้เลยเริ่มแต่งเรื่องอีกแล้วๆ แต่เรื่องที่แต่ง กลับไม่เนียนเลยซักนิด นั่งเขียนแบบจับนั้นจับนี้มาผสม เหมือนวิชาที่สอนหลอกลวงคนนั้นแหละ คนที่ไม่มีสมองเท่านั้นที่จะเชื่อ อุตส่าห์เสนอหน้าตัวเองไปเมืองจีน ไปนั่งเรียนหลักสูตรเร่งรัดอยู่ไม่กี่วัน แล้วก็คงจะมากุเรื่องเล่าอะไรๆ เหมือนเดิมอีกนั่นแหละ เห็นว่า ไปกวางเจามานี่ ที่ไปไม่ไปคนเดียวนะ ต้องลากเอาคนอื่นไปร่วมเสียตังส์ โดนหลอกไปด้วย ไม่รู้ให้เขาออกตังส์ให้ตนรึเปล่า เพราะซินแถกำมะลอ100 รายนี้เค็มแบบมหาสมุทรเรียกพ่อ น่าสมเพชนะ
มีคำกล่าวว่า “อาจารย์เป็นไง ลูกศิษย์ก็เป็นงั้น” อาจารย์มีเขา ลูกศิษย์ก็เลยมีเขาค่อยๆ งอกตาม โง่ตามๆ กัน ไปเรียนไม่กี่วันแล้ว ก็คงจะบอกอีกว่า “ไปเรียนเคล็ดวิชามาอีก” ใครเขาจะสอนเคล็ดวิชา หัวนอนปลายเท้ายังไม่รู้จักเลย วิชาชั้นสูงเรียนไม่กี่วันจบ นิยายอีกแล้ว ที่จริงต้องบอกว่า ไปเที่ยวซะมากกว่ามั้ง ภาษาจีนก็ฟังไม่ออก ก็คงเตรียมไปลอกเขามาสอนซะมากกว่า อาจจะเปิดคอร์สซาฮะบ้างล่ะมั้ง ดูว่า..เขามีอะไรดี ก็เอาพูดในห้องเรียน ไม่ก็มาเปิดคอร์สหลอกเงินคนต่อ เรียนมาสามสี่หมื่น เปิดซักคอร์สครั้งเดียวก็ได้เงินคืน และ ใครโง่ไปเรียนกับมันก็ถือว่า เอาเงินไปทิ้งแม่น้ำ มันเรียนมาไม่กี่ครั้ง จะไปสอนอะไรใครเขาได้ นอกจากจะลอกจากที่ตรงนั้น ลอกจากที่ตรงนี้มาผสมกัน แล้วก็โม้น้ำลายฟูมปากหาสาระไม่ได้ เพราะคนๆ นี้ทำอะไร มันก็ต้องเป็นเงินเป็นทองไปหมด หัวพ่อค้า แต่เป็นพ่อค้าแบบขี้โกง แบบไม่ซื่อสัตย์ วิธีการก็ไม่ยาก ไปเรียนที่ไหนก็เอาชื่อเขามาใช้ เอาชื่อเขามาหากิน ไม่เคยขาดทุนหรอก แต่ไม่เคยให้เครดิตคนสอน แบบเรียนกับใครมาก็เหยียบเขาลงหมด ทั้งๆ ที่เอาวิชาเขามาหาแดก แต่มันก็จะบอกว่า “มันรู้มาก่อนแล้วแหละ เรียนมาหมดแล้ว” สงสัยเรียนมาแต่ชาติที่แล้ว เฮ้อ..น่าสงสาร คนที่สอนมันมีแต่เสียเปรียบ
มาเข้าเรื่องที่มันกุหลอกคนเลยดีกว่าครับ ตอนนี้มันพยายามจะบิดเบือนประวัติวิชาต่างๆ มันบอกว่า “วิชาฮวงจุ้ยมีสองระบบใหญ่ๆ คือ วิชาซาฮะ กับ วิชาซำง้วน” เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้ คนพึ่งเริ่มเรียนก็รู้ทั้งน้านแหละ SA เขาก็เขียนอธิบาย เขียนบอก (จนไม่รู้จะบอกยังไงแล้ว) มันบอกว่า อะไรนะ? ซาฮะสี่เก๊ก เป็นวิชาที่ใช้ 10 ก้านฟ้า 天干 12 ก้านดิน 地支 (โป๊ยหยี่สี่เถียว) มาหาทิศทางดี-ร้าย คนความรู้น้อย มันก็อย่างนี้แหละ วิชาอะไรๆ ก็ใช้ 10 ก้านฟ้า 12 ก้านดิน ไม่เว้นแม้แต่วิชาชั้นสูง เช่น ซำง้วน ขี่มึ้งตุ่งกะ ไต่ลักหยิ่ม เอี้ยงคิ้ม ก็ต้องใช้ทั้งนั้นครับ วิธีแบ่งแบบนี้ คือ คนรู้ไม่จริง สมองกลวงเขาใช้โม้กัน คนเป็นจริง เขาอธิบายที่ไปที่มา และ องค์ประกอบของวิชา ไม่ใช่มาอ้างพื้นๆ น้ำลายฟูมปาก ฟังไปฟังมา หาสาระอะไรไม่ได้เลย แล้วยังบิดเบือนว่า “วิชาซาฮะมี 24 เขา ฟ้า คน ดิน แค่นั้นเอง” ดู ดู มันพูด นี่แหละเขาเรียกว่า “คนรู้ไม่จริง” แล้วทำไม!! วิชาเฮี่ยงคง วิชาพื้นๆ ที่ยกย่องนักยกย่องหนา ต้องใช้ 24 ของซาฮะล่ะ แถมสุดท้ายออกเหลือแค่ 8 ทิศเอง วิชาฮวงจุ้ยอะไรหยาบ หาความละเอียดละออไม่ได้ ใช้งานก็ไม่ได้ผล แถมยังโม้ต่ออีกว่า “ซาฮะ มีแค่ 60 มังกร 72 มังกร 120 มังกร” แล้วเฮี่ยงคงมีอะไร? ไม่มีอะไรเลยนะ ทำมาพูดเหมือนว่า วิชาซาฮะก็มีแค่นี้เอง 24 เขา ฟ้า คน ดิน แล้วก็ 60 มังกร 72 มังกร 120 มังกร แล้วรู้ไม๊ว่า แต่ละมังกรมีวิธีใช้ยังไง? แต่ละมังกรมีทั้งหมดกี่วง? คำทำนายทั้งหมดมีอะไรบ้าง? แต่ะละวงทำหน้าที่อะไรบ้าง? แล้วแต่ละคำทำนายมีที่มาได้ยังไงบ้าง? ดูพูดก็รู้แล้ว คนเป็นเขาไม่เรียกหรอกว่า “120 มังกร” เขาเรียก “ฮุงกิม” นี่สอนให้หน่อย สอนคนไม่เป็นวิชา ที่มันยังตั้งหน้าตั้งตาหลอกลวงคน แน่ใจเหรอว่า ตัวเองรู้วิชาซาฮะสี่เก็กจริง นี่ยังตอแหลแต่งเรื่องแต่งราว เรื่อง “โหงวเส็กโท่ว” มากล่าวหาว่า “ท่านอาจารย์ตั้งจิงเซ้ง และ ท่านอาจารย์เต๊ก รู้ไม่จริง” ใครกันแน่ครับ?..ที่รู้ไม่จริง กลับไปส่องกระจกมองดูตัวเองให้ดีหน่อยก็ดี ความตอแหลที่มีมันเหลือล้นออกมาแล้ว เรื่องของดิน 5 สี มันเรื่องของฮวงจุ้ยระบบอิมแทะ ขนาดวิชาฮวงจุ้ยเอี่ยงแทะ ซินแถกำมะลอ100 ยังไม่รู้เลย ยังอาศัยลอกคนอื่นมาสอน แล้วที่ลอกมานั้น ลอกมาผิดๆ ยังไม่รู้เลย พอมารู้ทีหลังว่า ตัวเองลอกมาผิด ต้องคอยเปลี่ยนว่า “หลักการนี้ใช้ไม่ได้ หลักการนั้นใช้ไม่ได้” แล้วอย่างนี้จะเสือกไปรู้เรื่องของวิชาฮวงจุ้ยอิมแทะได้ยังไง ดูพื้นก็รู้แล้วว่า “เป็นไม่จริง” ยังบังอาจไปกล่าวหาว่า คนที่เขาเป็นจริง ไม่รู้จักตัวเองจริงๆ ไอ้ไฟตะเกียงดวงน้อยนี่ มันอวดแสงแข่งดวงอาทิตย์จริงๆ ไม่รู้จักเจียมตัว ผมได้เรียนมา แล้วไม่ว่าจะ 60 มังกร 72 มังกร หรือ 120 มังกร แต่ไม่ครบทุกวงหรอกนะ ผมทำนาย มังกรคนในบ้านอึ้งไปเลย รู้ได้ไงอ่าว่า คนในบ้านป่วยเป็นโรคอะไร? นี่ขนาดได้ไม่ครบทุกวงนะ เคยรู้รึเปล่าว่า...แค่มังกรตัวเดียวมีคำทำนายหนึ่งหน้ากระดาษ A4 ทำนายได้เป็นเรื่องเป็นราวเลย อาจารย์เต๊กท่านสอนผมให้ทำนาย 60 มังกร 72 มังกร สอนวิธีดูว่า ทำไม!! คำทำนายต้องออกมาเป็นแบบนี้ แต่ละมังกรมีคำทำนายอย่างละเอียดยิบ แล้ววิชาเฮี่ยงคงทำอะไรได้บ้างล่ะ? นอกจากทายได้ ก็ไอ้แค่แปดช่องนั่นแหละ ไม่เห็นทำอะไรได้ ทายไม่ถูกด้วย ถ้าทายถูก ซินแถกำมะลอ100 มันคงโม้มากกว่านี้ไปแล้ว อาศัยไปลอกคำทำนาย 60 มังกรผี ของอาจารย์สินศักดิ์มา แล้วนำมาอวดอ้าง และ ยังเอาของเขาไปเขียนใส่โปรแกรมขาย หน้าไม่อาย ด้านจริงๆ หาแดกด้วยวิธีการลอกของคนอื่น มาแอบอ้างเป็นของตน “ชั่ว แบบไม่มีที่ติ” มิน่าล่ะ ท่านอาจารย์เต๊กเคยบอกผมว่า ไอ้กำมะลอ100 มันเกิดในดาวจั๊ว คือ ดาวงู มัน คือ อสรพิษ ไหลลื่นไปเรื่อยๆ คือ ตอแหลไปเรื่อยๆ นั้นเอง ที่น่าขำมากๆๆ คือ 240 มังกร มันไม่มีหรอกนะ ไอ้วงนี้อ่ะ โดนหลอกว่า “มี” มันก็เชื่อเขาว่า “มี” นี่แหล่ะหนา คนไม่มีครูบาอาจารย์แท้จริง ที่ไหน..เขาว่ายังไง ก็ว่าตามหมด คุณสมบัติของคนรู้ไม่จริง ก็เป็นแบบนี้ ไม่รู้จักลืมหูลืมตาเพราะว่า มันไม่รู้ว่า มีไว้ทำอะไร? จำได้ไหม!! คราวที่โดนเบรค (โดนลองของตอนที่กำลังสอนฤกษ์ยาม) คือ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมได้คุยกับอาจารย์เต็กว่า จะลองไปทดสอบวิชามันดูว่า ที่เขาว่ากันซินแถกำมะลอ100 มันมั่วน่ะจริงรึเปล่า อาจารย์ก็บอกว่า อย่าไปเลยเสียเวลาเปล่าๆ แต่ผมก็ยืนยันกับอาจารย์ว่า ผมอยากรู้เหมือนกันที่คนเขาบอกว่า ซินแถกำมะลอ100 มันมั่วนี่!!! มันมั่วหนักขนาดไหนแล้ว อาจารย์ก็เลยอนุญาติ ให้ผมไปลองทดสอบความมั่วของมันดู รู้สึกว่า ผมจะไปเรียนวิชาฤกษ์ยาม ก็ได้รับแจกหนังสือเล่มดำๆ มาเล่มหนึ่ง แล้วจึงเริ่มสอน ดูแล้วก็น่าสงสารคนเรียนตาดำ แต่หัวหงอกๆๆ ที่โดนหลอกมานั่งเรียน เพราะเขาไม่มีความรู้อะไร? ซินแถกำมะลอ100 มันพูดอะไร? ว่าอะไร? เขาก็พยักหน้าหงึกๆๆ เชื่อมันไปเสียหมด ผมก็นึกอยู่ในใจว่า คงต้องทดสอบอะไรบางอย่างไอ้ซินแถกำมะลอ100 เสียหน่อยแล้ว ดูสิว่าคนจะมีปฏิกริยาอย่างไรกัน แต่ก็เรื่องนี้ มันก็นานพอควรแล้ว แล้วผมคงต้องนึกเสียนิดหน่อยว่า มันมั่วอะไรไปบ้าง? ซึ่งหลักการที่มันสอน ก็เป็นหลักการพื้นๆ นั่นแหละครับ แค่หลักการพื้นๆ ยังผิดเลยด้วยซ้ำ ไปคิดง่ายๆ ก็ผิดลอจิกแล้ว มันบอกว่า สิ่งสำคัญสำหรับการหาฤกษ์ยาม [1] มีปีเกิดบุคคล หรือ ใช้วันเกิด และ ธาตุสำคัญ ***ตกลงใช้อะไรกันแน่ ปีเกิด หรือ วันเกิด หรือ ธาตุสำคัญ ถ้าทั้งสามจุดไม่ตรงกัน แสดงว่า ใช้ได้สามอย่างเลยหรือ? [2] ทิศหน้าบ้าน และ ทิศหลังบ้าน และ ทิศที่จะตกแต่ง ***เวลาใช้งานต้องพิจารณาทั้งสามทิศ แต่เวลาเอาเข้าจริงๆ มันก็แทบไม่สนใจอะไรเลย บอกให้ไปใช้แต่ฤกษ์ข่วย [3] ดาวมงคล และ อัปมงคลของทิศ และ ปีเดือนวันยาม ***แต่เวลามันสอนพอหาไม่ได้ก็บอกให้ไปใช้ฤกษ์ข่วยอีก แล้วแบบนี้จะเรียนไปทำไม ในเมื่อไม่ใช้เลย ข้อต่อมาบอกอีกว่า ฤกษ์ยามมีสามประเภท
มันบอกว่า ฤกษ์ยามแบบแรกนั้น เป็นฤกษ์ยามใช้เสริมอาคารไม่เกี่ยวกับคนครับ ท่านเจ้าของเป็นใครก็ได้ ไม่เกี่ยวกับการหาฤกษ์ มันบอกอย่างนี้ครับว่า เช่น มาบุญครอง อันนี้จำได้แม่น มีคนไปร่วมงานมาก แล้วจะหาฤกษ์ได้ยังไง ผมก็เลยถามว่า อ้าวก็เจ้าของไง มันบอกว่า “ไม่ต้องๆ ถ้าอาคารดีแล้ว เจ้าของก็รวยเอง” ผมนึกออกว่า มันก็ยังมีอาคารที่คนเยอะเข้ามากๆ แต่เจ้าของกลับเจ๊ง ต้องขายอาคารทอดตลาดไปก็มี ก็เลยถามไปว่า ถ้าอาคารมีหุ้นส่วนสองคน แล้วจะตัดสินยังไงว่า ใครดีกว่า มันบอกว่า “ดวงไง” ผมก็บอกว่า งั้นอาคารก็ไม่เกี่ยวเลยสิ งั้นก็ไม่มีทิศที่ส่งเสริมดวงเหรอ มันบอกว่า “มี” อ้าว...ตกลง “มี” แล้ว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เหมือนมันจะสับสน ก็เลยถามต่อไปว่า ถ้าอาคารมันเข้ากับหุ้นส่วนแค่คนเดียวคนนั้นก็ดีกว่าน่ะสิ มันก็บอกว่า “ใช่” อ้าวหลงกลเราซะแล้ว อิอิอิ มันบอกว่า ไปแก้ที่ทิศนั่งในอาคารไง งั้นก็แสดงว่า ถ้าฤกษ์เข้ากับคนและอาคาร ถึงได้ผลสูงสุด มันตอบว่า “ใช่” เนื่องจาก มันตอบได้เนียน และ หน้าตายมาก คนในห้องก็เลยเออออห่อหมก สรุป [1] สิ่งที่มันสอนกับสิ่งที่มันตอบขัดกันโดยชัดเจน คือ จริงๆ แล้ว อาคาร และ ดวงคน ต้องสัมพันธ์กันใช่รึเปล่า จริงๆ คือ “ใช่” แล้วฤกษ์ล่ะส่งเสริมแค่อาคารก็พอใช่ไม๊ ตอบคือ “ไม่ใช่” ต้องส่งเสริมทั้ง คน และ อาคาร ซึ่งขัดกับที่มันสอนไปตอนแรก [2] มันพยายามรวบรัดตัดตอนให้ขั้นตอนนั้นง่ายเข้าไว้ (ถ้าสอนยากๆ ตนก็ทำไม่เป็น) บอกว่า หาฤกษ์แค่เข้ากับตึกก็พอ ไม่ต้องเข้ากับคนอีก เพราะว่า เวลามันไปทำมาหากิน คือ ไปหาฤกษ์ให้ลูกค้าจะได้ไม่ขัดกับที่มันสอน ซึ่งผิดกับหลักทางจริยธรรม และ หลักวิชาการด้วย เห็นรึเปล่าว่า...เลวแค่ไหน [3] ฤกษ์ที่มันใช้นั้นเป็นระบบซาฮะ (บางส่วนซึ่งยังไม่ครบ) แต่ว่า มันกลับเอาไปใช้กับวิชาดาว 9 ยุค เฮี่ยงคง ซึ่งผังดาว 9 ยุค เฮี่ยงคง มีเพียงแปดทิศ ฤกษ์ซาฮะมียี่สิบสี่ทิศ ไปคิดกันเอาเองว่า... เข้ากันรึเปล่า ในช่วงที่มันสอนๆ ไปนั้น ก็มีตัวอย่างของฤกษ์ที่ยกมาผิดอยู่หลายๆ จุด คือ ฤกษ์ที่มันหาขึ้นมาสอนนั้น ละเมิดข้อห้ามต่างๆ ที่มันตั้งเป็นกฏไว้ในตอนอธิบายขั้นตอนการหาฤกษ์ ขออธิบายคร่าวๆ เช่น มันบอกให้หลีกทิศอสูร หรือ ให้เลี่ยงการชง แต่ตัวอย่างของฤกษ์ที่มันยกมาสอนในห้องเรียนนั้น มีทั้งชงดวง แล้วก็มีทิศอสูร โดยใช้คำตอบเดียวทุกๆ ครั้งว่า “เดี๋ยวผมสอนวิธีลัดให้ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอก” แล้วงั้น มึงจะสอนกูทำไม เสียเวลา สุดท้าย มันก็สอนทางลัดที่แสนจะปัญญาอ่อน ก็คือ ฤกษ์ข่วย โดยมันบอกว่า ให้ใช้ หลักปี หรือ หลักวัน ก็ได้ โดยใช้แค่ข่วยบนเท่านั้น โดยให้มีการภาคี 10 หรือ 5 หรือ 15 ก็ได้ หรือ ใช้ธาตุส่งเสริมก็ได้ จากแปดข่วย มีใช้ไม่ได้แค่สองข่วยเท่านั้นเองครับ แล้วยังมีหลักปีอีก ถ้าเป็นอย่างนั้น เมื่อหาฤกษ์ออกมา แสดงว่า ในหนึ่งเดือนมีถึง 20 วันขึ้นไปเลยทีเดียว คุณลองคิดดูว่า มันเป็นได้อย่างไร? ที่จะมีฤกษ์ที่ดีใช้ได้มากมายขนาดนั้น โดยมันก็อ้างไปอีกว่า “ให้ใช้ดีซ้อนดี” สูตรอันแสนปัญญาอ่อนที่คิดเข้าข้างตัวเองก็คือ ให้เอาที่ระบบซาฮะมารวมด้วย ซึ่งจริงแล้วฮวงจุ้ยที่ใช้เป็นเฮี่ยงคง แต่ฤกษ์เป็นแบบซำง้วนพื้นๆ กับ ซาฮะพื้นๆ ผสมกันไปมั่ว คิดได้ยังไงว่า มันจะดีซ้อนดี สรุป [1] ฤกษ์ข่วยที่มันสอน ก็แค่ทำให้มันหากินได้ง่ายขึ้น เพราะหนึ่งเดือนมีวันที่ใช้ได้ 20 กว่าวัน [2] เนื่องจาก มันใช้ฮวงจุ้ยระบบเฮี่ยงคง แต่ไปใช้ฤกษ์ข่วยของซำง้วน ซึ่งหลักการยังไม่ครบถ้วนด้วย [3] เนื่องจาก ฤกษ์แค่เข้ากับ หลักปี หรือ หลักวัน ก็พอ ถามว่า จะได้ผลหรือไม่? ไปลองคิดดูครับ เพราะคนเราเกิดมา แม้เกิดปีเดียวกัน แต่เกิดต่างเดือน ต่างเวลากัน ความเจริญรุ่งเรือง ก็แตกต่างกันแล้ว [4] จริงๆ แล้ว มันก็แค่อยากจะขายโปรแกรม เพราะกดออกมาทีนึงมีฤกษ์ 20 กว่าวันในแต่ละเดือน แล้วก็บอกว่า ใช้วันไหนก็ได้ [5] มันบอกว่า ให้ดีซ้อนดีในระบบซาฮะด้วย แต่ว่าฤกษ์ไม่ต้องเข้ากับคน ไม่ต้องเข้ากับบ้าน แล้วอะไรล่ะ? คือ ดีซ้อนดี ขณะที่มันสอนอยู่นั้น โดนผมเบรคหลายครั้ง จนมันอึ้งหลายครั้ง แต่มันก็ตอแหลตอบมั่วไปเรื่อยๆ แต่ในที่สุดมันถึงกับขอเวลานอก จากนั้นก็ให้คนมาตามผมเข้าไปหาในห้อง พออยู่ในห้อง มันทักผมว่า เอ นี่เอง ทำไม..เก่งจัง ไปเรียนที่ไหนมา? ผมบอกมันไปว่า ผมเรียนวิชากับซินแซผู้เฒ่า มันทำหน้าชื่นมื่น ตาใสเป็นประกาย เหมือนกับว่า อยากเรียนมากๆ แล้ว มันก็ถามขึ้นมาทันทีว่า ซินแซผู้เฒ่านั้น พูดภาษาไทยได้ไหม? ผมตอบว่า “พูดได้” (รู้มั้ย ทำไม!!! มันต้องถามอย่างนั้น เพราะว่า มันอ่านภาษาจีนไม่ออก และ พูดภาษาจีนไม่ได้ มันเลยต้องถามว่า ซินแซที่สอนผมพูดภาษาไทยได้ไหม?) ซึ่งเมื่อผมตอบแล้ว ดูสีหน้าแล้ว เหมือนมีความหวังว่า จะได้เรียน แล้วมันก็ถามต่อไปว่า “รู้จักไหม 240 ฮุงกิม?” ผมฟังปุ๊ปรู้เลยว่า มันฟังขี้ปากเขามาถาม ข้อนี้ผมไม่ตอบ เพราะว่า ไม่อยากหลุดบอกมันว่า 240 ฮุงกิมไม่มี มีแต่ 360 ฮุงกิม สุดท้าย มันถามว่า “28 ดาวฤกษ์ ใช้ของราชวงศ์ไหน?” นี่ดูขนาด 28 ดาวฤกษ์ มันยังไม่รู้เลย มันมีสมัยเดียว ที่เอามาถามนั้น มาจากหนังสือทั้งหมด อ้อ...เกือบลืม จริงๆ แล้ว ผมอยากจะบอกมันด้วยซ้ำว่า ซินแซผู้เฒ่าที่สอนวิชาแก่ผม คือ ท่านอาจารย์ตั้งเต๊กค้วง บอกว่า แต่ละวงอาจารย์แต่ละท่านประดิษฐ์ในแต่ละสมัย นี่ฟังเขามาพูด มาจากหนังสือ “สี่จั๊บเก้าจั๋ง (หนังสือหล่อแก 49 วง)” ขอโทษนะ..หล่อแกนี่ มีวงมากแบบนี้มาแต่สมัยหลายพันปีก่อนแล้วนะ ไม่ได้เพิ่งมามี บอกว่า อะไรนะ เมืองกานโจวมีโรงเรียนส่งคนไปเป็นอะไรนะ โหราธิบดี ใครบอกเหรอ ไปแต่งนิยายมาสินะ ในประวัติ ในภาษาจีน เขาบอกว่า “เอี้ยะกง ท่านไปพำนักเพื่อพักผ่อน เนื่องจาก ท่านอายุมากแล้ว ไม่ต้องการแก่งแย่งอีก ไม่ได้ไปเปิดโรงเรียนหรอก” รู้ไม่จริง เสือกมาแต่งนิยายหลอกลวงคน บิดเบือนวิชา ถ้าที่นั่นมีโรงเรียนจริง “หลีติ้งซิ่ง” ไม่ต้องไปเปิดสอนอีกหรอก ปัญญาอ่อน ควาย “หลีติ้งซิ่ง” นั้น ความรู้ก็ยังพื้นๆ คนไม่เป็น ได้ยินชื่อก็ขนลุก แต่คนเป็นจริง ฟังพูดก็รู้แล้วว่า “หลีติ้งซิ่ง...รู้ไม่จริง” แล้วมาเรื่อง “ไล่โบยี่” อีก บอกว่า เขาประดิษฐ์ อะไรนะ 60 มังกร กับ ระบบ 28 ดาวฤกษ์ ประสาทสิ รู้รึเปล่าว่า “เต่าดำ หงษ์แดง เสือขาว มังกรเขียว” ซึ่งเป็นพื้นฐานชัยภูมิ เกิดจากอะไร? ก็เกิดจากระบบ 28 ดาวฤกษ์ นั่นแหละ หรือจะบอกว่า วิชาชัยภูมิ...มีมาทีหลังอีกซิ เฮ้อ!!! เรียงลำดับเรื่องโกหกไม่เนียนเอาซะเลย นี่แหละคนมันไม่เป็นจริง พื้นมันไม่แน่น ระบบวิชาที่รู้ ก็รู้แบบงูๆ ปลาๆ ลองคิดกันดูนะครับท่านผู้อ่านบทความ การใช้งานของวงต่างๆ ในหล่อแกนั้น มีหน้าที่ต่างกัน และ ไม่ขัดกันเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ใครทำก่อนทำหลัง หรือ เกิดมาพร้อมกัน มันไม่ใช่ประเด็นที่จะมาสร้างความไม่น่าเชื่อถือให้วิชา เพียงแต่ว่า แต่ละวงต่างๆ นั้นใช้งานได้จริงมั้ย? และ ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่? 2 ข้อนี้ต่างหากล่ะ คือ สิ่งที่สำคัญใช่ไหมครับ กำมะลอ100 บอกว่า วิชาซาฮะสี่เก๊กเป็นวิชาของเอี้ยะกง มีทั้ง ระบบเก่า ระบบใหม่ เรื่องนี้ยิ่งน่าขำเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งฟังพูด ยิ่งรู้ว่า “รู้ไม่จริง” คงหลอกได้แต่ศิษย์ควายๆ เท่านั้น แล้วหนังสือเคล็ดวิชาตระกูลเสิ่นที่ศิษย์ไม่มีครูอย่างเสิ่นจู๋เหยิง ใช้เงินซื้อวิชา เขาไม่ขาย เลยต้องเอาเงินไปขอจ้างอ่านบันทึกน่ะ มันก็เอาตำราที่เอี้ยะกงเขียนบันทึกไว้นั้นแหละ มาอ้างอิง ไม่ว่าจะเป็น คัมภีร์ชิงหนางจิง หรือ คัมภีร์ชิงหนางโอ้วหวี่ แล้วที่ซินแถกำมะลอ100 บอกว่า “เอี้ยะกงเป็นซาฮะ” แล้วหนังสือที่ท่านแต่งแล้วพวกเฮี่ยงคงชอบเอาไปตีความ มันแปลว่า อะไรเอ่ย? พ่อหนวดจิ๋ม กำมะลอแอนด์ตอแหล ลองตอบมาหน่อยซิ อยู่ดีๆ ผีเข้าบอกว่า “เอี้ยะกงเป็นสายซาฮะ” โถ่ๆๆ รู้ไม่จริง ยังเสือกพูด จะแถแอนด์ตอแหลไปถึงไหน อ๋อรู้แล้ว พอไปเรียนกับหลี่ติ้งซิ่งมา เขาบอกเขาเรียนสายเอี้ยะกง สอนวิชามั่ว ระบบซาฮะให้ ก็เลยคิดเป็นตุเป็นตะว่าเอี้ยะกงเป็นซาฮะ นี่แหละนะ จำขี้ปากเขามาพูด ทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยว่า จริง หรือ ไม่จริง? จะบอกให้นะ จริงๆ แล้ว เอี้ยะกงท่านเป็นสาย “จงฮะ” ต่างหาก (ซาฮะ-ซำง้วน) บันทึกโบราณก็มี เคยอ่านหรือเปล่า? ออ..ลืมไปว่า ไม่เป็นภาษาจีนเนอะ เก่งแต่เรื่องแต่งตัวเลียนแบบเด็กหน้าโรงน้ำชา โง่จริงๆ ถามจริงๆ รู้จักไหมอาจารย์ “จางจื่อหน่ำ” ท่านดังด้วยวิชาซำง้วน ดังไม่ดัง...ไม่รู้ คิดเองแล้วกันว่า กำมะลอทั้งหลายเที่ยวพากันไปหาซื้อหนังสือที่ท่านเขียน แล้วมาแปล อวดอ้างว่า ตนสืบสายวิชามาจากท่าน ก็มีให้เห็นในปัจจุบัน หนวดจิ๋มก็ลอกเขามาไม่ใช่เหรอ แล้วอาจารย์ “จางจื่อหน่ำ” ท่านก็ดังมาก่อนพวกกำมะลอต่างประเทศหลายสิบปีเลย ท่านเป็นจริงซะด้วย ไม่ได้สร้างภาพอย่างแก๊งซินแถกำมะลอ100 สักคน ท่านบอกว่า “ท่านเรียนสืบสายมาจากเอี้ยะกง” หรือ กำมะลอ100 จะบอกว่า อาจารย์จางจื่อหน่ำท่านโกหก แต่ที่แน่ๆ คนโกหก คือ ซินแถกำมะลอ100 ต่างหาก ท่านอาจารย์ “จางจื่อหน่ำ” เก่งถึงขนาดทำแซกี แล้วบอกล่วงหน้าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นไว้ก่อนได้เลย นี่เป็นคุณสมบัติเฉพาะตัวของคนที่เป็นวิชาซำง้วนไต่ข่วย เขาเรียกว่า “แซจื้อ” เคยรู้จักบ้างมั้ยครับ? ซินแถกำมะลอ100 ก็อวดว่า เป็นวิชาข่วยกับเค้าไม่ใช่เหรอ? ทำได้มั้ย? หลีเหยาก็อ้างไม่ใช่เหรอวิชาข่วย เปิดสอนด้วยนี่ แต่ทำได้มั้ย? ไม่ได้หรอก เพราะเป็นวิชาข่วยแบบกำมะลอ พวกกำมะลอทั่วโลกที่แกรู้จัก มีคนทำได้รึเปล่าเอ่ย? แต่ที่แน่ๆ ท่านอาจารย์เต๊ก กับ ท่านอาจารย์ตั้งจิงเซ้ง ท่านทำได้นะ “แซจื้อ” นี่ ลองคลานไปกราบตีนท่านสิ จะช่วยขอร้องให้ท่านสอนให้ จะได้เลิกเป็นวิชาฮวงจุ้ยตอแหลซะที อ้ออีกอย่างนะ ในเว็บไซต์ของหลี่ติ้งซิ่ง เขาไม่เคยบอกเลยนะว่า “เขาได้สืบสายวิชามาจากเอี้ยะกง” เขาบอกว่า “เขาศึกษาวิชาฮวงจุ้ยระบบเอี้ยะกง” มาบอกว่า เขาสืบสายมาจากเอี้ยะกง ตัวเขาเองยังบอกว่า เขาศึกษาระบบ เน้นว่า “ศึกษาระบบ” แล้วแถมยังไปเรียนกับคนอื่นอีกหลายคนไปอ้างเขา ก็อ่านข้อมูลในเว็บไซต์เขาให้ดีก่อนจะมากุเรื่องกุราว หรือว่า อ่านภาษาจีนไม่ออก อย่าเอามาโม้ คนเป็นเขารู้ เขาอ่านออก ไม่เชื่อที่หนวดจิ๋ม และ แก๊งกุเรื่องกุราวหรอก หลอกได้แต่ควายละมั้ง พูดมาได้ บอกว่า “วิชาซาฮะเป็นวิชาพื้นๆ” ขอถามหน่อยสิ รู้วิชาทั้งหมดในระบบซาฮะหรือเปล่า? แล้วมันใช้งานยังไงบ้าง? นี่ๆ ดูอย่าง ท่านอาจารย์เต๊กสิ ท่านเอาวิชาเฮี่ยงคงซึ่งเป็นวิชาพื้นๆ จริง ออกมาเผยแพร่ นี่ขนาดท่านว่า พื้นๆ นะ ซินแถกำมะลอ100 และ พวกกำมะลอที่ยกขึ้นมาอวดอ้างนั้น ยังไม่รู้เลยว่า มีข้อมูลวิชาแบบนี้ ที่ท่านสอนน่ะ ท่านไม่ได้คิดอะไรเลย ท่านคิดว่า คนจะได้รู้ว่า “วิชาซาฮะพื้น หรือว่า เฮี่ยงคงพื้นกันแน่ คนจะไม่ได้โดนหลอก” แต่ที่วิชาซาฮะแพร่หลายมากเพราะอะไรรู้มั้ย? เพราะว่า วิชานี้ใช้ได้ผลจริง คนก็พยายามไขว่คว้าหาเรียน แต่มีกี่คนล่ะที่มีวาสนาเพียงพอจะได้เรียนครบทั้งหมด ส่วนมากก็ได้เรียนแค่เปลือก แค่กระพี้ของวิชาเท่านั้นเอง ที่รู้จริงนั้นน่ะมีน้อย ถ้าซินแถกำมะลอ100 รู้จริงเหมือนอย่างที่โม้ ก็เอาสิ่งที่รู้จริง ป่านนี้คงเอามาใช้ แล้วคุยโม้ ทำตัวเป็นนกเอี้ยงสอนควายน้อยแล้ว ชอบสอนไม่ใช่เหรอ รู้ไปทุกวิชาไม่ใช่เหรอ รู้ไม่จริงมากกว่า ผมเคยพิสูจน์มาแล้วว่า “หนวดจิ๋มรู้ไม่จริง” เหมือนที่อาจารย์ผมทำให้ทุกคนรู้ว่า เฮี่ยงคง..มันวิชาพื้นๆ แค่ไหน ถ้าแน่จริง!!! เอาสอนวิชาเฮี่ยงคงชั้นสูง ที่อาจารย์ผมไม่รู้จักออกมาสอนสิ อย่างมัวแต่สอนของซ้ำซาก ยังลอกวิชาได้ไม่มากใช่ไหม? เลยไม่มีปัญญานำมาสอน จะสอนก็ได้นะ แต่สอนแล้ว กล้าทดสอบวิชาให้ศิษย์เห็นต่อหน้าต่อตาหรือไม่? กล้าท้าทาย กล้าทำนาย แบบอาจารย์เต็กไหม ไม่ใช่เอาแต่โม้น้ำลายฟูมปากหลอกควายน้อย มาถึงระบบวิชาซำง้วน มันบอกว่า “เฮี่ยงคงเฟยซิง เป็นวิชาสำคัญในระบบซำง้วน” แหลอีกแล้ว รู้ไม่จริง พูดไปทำไม? ขายหน้าคนเป็นเขา ก็บอกแล้วไงว่า ที่หนวดจิ๋มสอนๆ นั้นนะ เป็นระบบเฮี่ยงคง ไม่ใช่ระบบซำง้วน ลองไปถามหลีติ้งซิ่งดูสิ อย่าควายไปหน่อยเลย คนที่เรียนสืบสายกันมา เขาก็รู้ว่า “มันคนละวิชา” แล้วที่ไปอ้างไอ้พวกกำมะลอ ที่อยู่เป็นเทือกเถาเหล่ากอเดียวกันว่า ใช้วิชาเฮี่ยงคงกันทั่วโลก ขอถามหน่อยนะ ถ้าพวกมันเก่งกันจริงๆ มันคงไม่เชิญหนวดจิ๋มไปบรรยายวิชาฤกษ์ยาม 64 ข่วย ปัญญาอ่อนหรอก ที่มีในหนังสือทั่วไปในร้านที่ฮ่องกง และ ไต้หวัน ยังสูงส่งกว่าวิชาที่หนวดจิ๋มรู้ด้วยซ้ำ ไอ้งานฮวงจุ้ยโลกที่สิงค์โปร์ และ มาเลเซีย มันก็พวกกำมะลอจับมือกัน หากินนั่นแหละวะ ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร เรื่องของพวกกำมะลอ ขอถามหน่อยว่า ชื่อต่างๆ ที่ซินแถกำมะลอ100 เอ่ยออกมาแต่ละคน มีคนไหนทำได้เหมือนอาจารย์จางจื่อหน่ำบ้าง ไม่มีเลย มันก็ดีแต่ชื่อ เก่งแต่ออกทีวี ออกหนังสือ ออกสื่อ เพื่อโปรโมตตัวเองกันทั้งนั้นแหละ ขอโทษนะ อาจารย์ฮวงจุ้ยฮ่องกงบางท่าน ถึงแม้ว่า เขาจะเขียนหนังสือออกมาเป็นวิชาเฮี่ยงคงก็จริง แต่ว่าเวลาใช้งานจริง เขากลับใช้วิชาซำง้วนกิวแชนะ เรื่องนี่ ท่านอาจารย์เต๊ก กับ ท่านอาจารย์ตั้งจิงเซ้ง ท่านเคยคุยกับเขามาแล้ว ตอนที่เขาเชิญท่านทั้งสองไปที่ฮ่องกง เรื่องนี้ออกจากปากของอาจารย์เหอจาวควง และ อาจารย์ไป่เฮ่อหมิง ซึ่งท่านสนิทกับอาจารย์เจ๊งหงี่เม้ง จะอ้างท่านก็รู้ไว้ซะด้วย หาข้อมูลให้ดี เขียนหลอกคนแบบนั่งเทียนเขียนอย่างนี้ เขาเรียกว่า “หลอกลวง” อ้อ..ยังมีอีกราย หลีเหยาศิษย์ตันหยางหวู่ เขาบอกอยู่ในเว็บไซต์โจ้งๆ ว่า “ตันหยางหวู่ บอกว่า เฮี่ยงคงเฟยซิง เป็นวิชาปลอม ถึงขนาดออกจดหมายว่า ขอโทษคนที่ไปจัดฮวงจุ้ยว่า...ขอโทษที่ไปจัดให้ด้วยวิชาที่ผิดพลาด” แล้วยังจะไปกล้าอ้างเขาอีก โง่ยกกำลังสอง ตันหยางหวู่เขายกย่องวิชา “เฮี่ยงคงลิ่วฝ่า” ต่างหาก แต่น่าเสียดายที่ หลีเหยา มันเป็นแค่ศิษย์ชั้นปลายแถว เลยไม่ได้เรียนวิชานี้ ที่มาสอนกัน ก็พื้นๆ ในหนังสือฮ่องกง และ ไต้หวัน ยังสูงกว่าที่พวกซินแถกำมะลอ100 กันซะอีก แล้วที่บอกว่า “เฮี่ยงคง” เป็นวิชาที่สุดยอดแล้ว อูย ฟังแล้ว ขำ ขำ คนรู้น้อย แต่อวดรู้ แล้ววิชาสุดยอดอ้างว่า ตัวเองรู้ลึกนั้น ลึกถึงแค่ไหนกันเชียว เฮี่ยงคง...มีระบบดวง และ ระบบฤกษ์ยาม เป็นของตัวเอง แล้วยังสามารถไปรวมกับเฮี่ยงคงลั๊กจับสี่ข่วยได้ มีความรู้ตรงนี้รึเปล่า ตอบด้วยว่า มีรึเปล่า? คาดว่า คงได้ข้อมูลไปแล้ว เพราะท่านอาจารย์เต๊กท่านเปิดสอนฟรี คงส่งสายมาเรียน แต่ยังดี ที่ศิษย์ใน SA ขอร้องให้ท่านเบรคก่อน ไม่งั้นสายที่ส่งมาเรียน คงได้วิชาไปเยอะ ส่วนวิชาซาฮะที่ซินแถกำมะลอ100 ว่า เป็นวิชาพื้นๆ มีระบบดวงของตัวเอง มีระบบฤกษ์เป็นของตัวเอง แค่ระบบดวงของซาฮะที่คนทั่วไปเขายังรู้กันไม่ครบ ยังเป็นวิชาดวงที่ซินแซจีนคนไหนๆ ก็ต้องใช้ ระบบฤกษ์ที่คนส่วนใหญ่รู้จัก และ ยังใช้กันทั่วไป ก็เป็นระบบวิชาซาฮะ ถึงจะรู้กันไม่ครบถ้วน ก็ยังมีประสิทธิภาพที่กำมะลอ100 คิดไม่ถึงเชียวล่ะ หรือแม้แต่ ทิศอสูรที่แกกลัวนักกลัวหนา ก็เป็นของระบบซาฮะนะ แล้วซินแถกำมะลอ100 เอาสมองส่วนไหนมาบอกว่า “ระบบวิชาซาฮะเป็นวิชาพื้นๆ” ถ้ามันพื้นเหมือนอย่างที่อ้างแล้ว ซินแถกำมะลอ100 จะกลัวอสูรทำไม? แล้วยังเสือกเอาสิ่งพื้นๆ อย่างอสูร มาเป็นจุดขาย ควายจริงๆ วิชาซาฮะเป็นระบบวิชาที่ลึกซึ้งมากๆๆ ไม่งั้นตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา สิ่งที่เล็ดลอดออกมาเพียงบางส่วน ก็ได้กลายเป็นสุดยอดวิชาในหลายๆ แขนง ขนาดที่ซินแสคนไหนๆ ก็ต้องรู้เอาไว้ ไม่เหมือนเฮี่ยงคง ที่อะไรๆ ก็ไม่สมบูรณ์ ก็เพราะว่า วิชานี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยเหล่าปรมาจารย์ ที่ต้องการเผยแพร่วิชาปลอม เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของราชสำนักแมนจูให้เข้าใจว่า “วิชาเฮี่ยงคงเป็นวิชาแท้จริง” เพราะเหล่าปรมาจารย์ไม่ต้องการให้วิชาชั้นสูงอย่าง วิชาซาฮะสี่เก็ก และ วิชาซำง้วน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของฮั่น ตกไปอยู่กับชาวเขาเผ่าแมนจู โดยมีการจับเอาไอ้นั่นนิด ไอ้นี่หน่อย มาผสมไปผสมมาออกมากลายเป็นวิชาเฮี่ยงคง รู้ไว้ด้วยนะ ถ้าเฮี่ยงคง...มันวิเศษจริง ป่านนี้แกคงจัดฮวงจุ้ยได้ผลไปแล้ว นี่เห็นทำเขาฉิบหายมาไม่ใช่น้อย พอจัดแล้วไม่ได้ผล คนเขามาทวงถาม คำที่มันพูดเป็นประจำก็คือ “คุณทำอะไรผิดหรือเปล่า? ส่งผังบ้านมา เดี๋ยวผมจะไปดูให้ใหม่” มาทำนองนี้อีกแล้ว เรียกมันไปดู ก็เก็บเงินกับเจ้าของอีก ทั้งๆ ที่เจ้าของเรียกมันไปแก้ไขในสิ่งที่มันทำผิดเองแท้ๆ สุดท้ายนี่ ผมขอบอกว่า ถ้าซินแถกำมะลอ100 มันแน่ในวิชาจริง ก็ออกมาเลยนัดมาเลยดีกว่านะ ว่าจะให้แข่งกันยังไง? มาตกลงกันเลยดีกว่ามั้ย จะได้รู้ว่ามันเก่งแค่ไหน ท่านอาจารย์เต็ก ท่านได้ยืนยันว่า “ตอนนี้ผมเก่งกว่ากำมะลอ100 หลายเท่า” แล้วก็บอกว่า ถ้าแข่งกับซินแถกำมะลอ100 ผมไม่แพ้แน่นอน ซึ่งมันจริงอย่างที่ท่านพูด นี่ขนาดมาช่วยงานอากู๋ ที่เมืองจีน เจ้าของโรงงานในเมืองจีน เชิญไปดูฮวงจุ้ยไม่เว้นแต่ละวัน เหตุเกิดจากการไปทำนาย ชัยภูมิ และ ดวงชะตาของเขา นี่แหละ คนเป็นวิชาจริงๆ อยู่ที่ไหน ใครๆ ก็นับหน้าถือตา ไม่ต้องสร้างภาพ ไม่ต้องออกสื่อโฆษณา คนก็ตามมาหาถึงที่ คงจะเหมือนอย่างที่อาจารย์ปู่สอนอาจารย์มา บอกว่า “ถ้าลื้อเป็นจริง ไม่ต้องโฆษณา ไม่ต้องไปออกหนังสือ คนมันก็ตามมาเอง ลื้อไม่ต้องกลัวว่าจะไม่พอกิน”
ดังนั้น ถ้าซินแถกำมะลอ100 แน่จริง ก็ประกาศออกมาในเว็บเลยว่า มั่นใจในวิชา ยินดีที่จะออกมาแข่งขันกันให้รู้ไปเลยว่า “ใครเก่งกว่าใครอย่ามามัวพ่นน้ำลาย อย่าแต่งเรื่องที่มันไม่เนียนมาหลอกคนอีกเลย” ทำอะไรที่นี่ไม่ได้หรอก เพราะอะไรเหรอ ที่นี่เป็นจริง ถ้าจะล้ม ก็ออกมาท้าแข่งเลย รับรองว่า ล้มง่ายกว่าเขียนใส่ร้ายโจมตี คนจะได้เชื่อไงว่า ทางนี้ไม่เป็นจริงๆ แต่รู้นะว่าไม่กล้า คงจะบิดเรื่องหลอกคนต่อไป เรียนทุกท่านที่มาอ่านบทความที่ผมเขียนนี้ จงโปรดทราบไว้ว่า “ทางนี้ท้าไป...ไม่ใช่ครั้งเดียว เป็นร้อยแล้วมั้ง จะกลัวอะไร? ไหนบอกว่า ทางนี้ไม่เป็นจริง ถ้าไม่เป็นจริง อย่างที่หนวดจิ๋มอ้าง ซินแถกำมะลอ100 ก็ทำให้คนทางนี้หน้าแตกไปเลย ด้วยวิชาชั้นสูงที่ซินแถกำมะลอ100 อ้างว่า “เป็น” ออกมาลองวิชาเลย คนจะได้เชื่อซินแถกำมะลอ100 เยอะๆ จะได้หากินได้ไม่สะดุด ไม่ติดขัด อีกอย่างจะได้เป็นการพิสูจน์ว่า ซินแถกำมะลอ100 ไม่ได้โม้ ยิ่งตอนนี้คนเริ่มรู้แล้วด้วยว่า “กำมะลอ100 โม้” ฉะนั้น ออกมาพิสูจน์สิว่า ซินแถกำมะลอ100 เก่ง เป็นจริง ออกมาลองวิชากับผม อย่ากลัว ไม่ต้องไปถึงท่านอาจารย์ให้ระคายเคืองท่าน รู้ๆ กันอยู่ว่า “กำมะลอ100 ไม่เป็นจริง” แล้วที่ท้านะ ไม่ใช่อยากดังนะ ที่ท้า เพราะว่า ผมมั่นใจว่า ผมเป็นจริง เรียนมาจากผู้จริง ทำไม...ผมถึงรู้ล่ะว่า อาจารย์ผมรู้จริง เพราะอาจารย์สอนสิ่งที่ไม่เคยมีใครสอน และ สามารถพิสูจน์ออกมาเป็นรูปธรรมให้ประจักษ์กับตาได้ ไม่ใช่เป็นเพียงหลักการเลิศหรูอย่างที่ซินแถกำมะลอ100 ชอบอ้าง แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับไม่ได้เรื่อง คนที่เคยเรียนกับซินแถกำมะลอ100 มา เขารู้กันหมดแหละ นอกจากมันจะหลับหูหลับตา ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ตามประสาควายน้อย ทำได้ไหมล่ะ แค่เดินเข้าบ้านลูกค้า เดินไปทายไป และ เรื่องที่ทาย ถูกทุกเรื่องไม่ผิดแม้แต่เรื่องเดียว สรุป ผมจึงขอประกาศแจ้งข่าวให้ทุกท่านที่สนใจวิชาฮวงจุ้ยทุกๆ คน ได้ทราบ และ ขอให้ติดตามให้ดีว่า ซินแถกำมะลอ100 จะกล้ารับคำท้าของผมไหมว่า “จะแข่งทำนาย” จะได้รู้ไปเลยว่า ใครรู้จริง? ใครรู้ไม่จริง? ถ้าใครแพ้ ก็หนีออกไปจากวงการฮวงจุ้ย เพราะถือว่า รู้ไม่จริง จะอยู่ไปทำไม!!! อยู่ไปก็หลอกลวงคนเปล่าๆ จะเอาวิชาอะไรทำนาย ฮวงจุ้ย ดวงจีน หรือ ฤกษ์ยาม ลองได้ เพราะที่ SA นี้ มีคำขวัญประจำสถาบันว่า “ของจริงต้องลองได้ พิสูจน์ได้” ถ้าไม่กล้า ก็จะสรุปเองเลยนะว่า ซินแถกำมะลอ100 นั้นรู้ไม่จริง เป็นแค่พวกปากกล้าขาสั่น คอยดูซิว่า มันจะแถ และ ตอแหล ต่อไปยังไง ใครที่ยังเชื่อมัน และ ศรัทธามัน ลองไปใช้สมองคิดดูเองแล้วกันว่า คนเป็นจริงจะกลัวอะไรล่ะ? คนจริงย่อมไม่กลัวการทดสอบ วิชาจริงไม่กลัวการพิสูจน์ อย่าปล่อยในซินแถกำมะลอ100 หลอกท่านต่อไป ตื่นขึ้นมาจากความฝัน และ คำหลอกลวงของมันซะที
ออ เกือบลืมไป นี่ยังมีแต่งนิยายหลอกคนต่อ เพื่อความอยู่รอดของตนเองต่อว่า “ท่านอาจารย์ตั้งจิงเซ้ง ไม่ใช่ผู้วางองศา ศาลหล่าจา ที่อ่างศิลา จ.ชลบุรี” แถมยังตอแหลว่า ไปถามมาแล้ว ไปถามใครไม่ทราบ ไปด้วยกันไหม จะพาไปจับมือถาม ถ้าเขาตอบว่า ท่านอาจารย์ตั้งจิงเซ้ง เป็นคนทำจริงล่ะ จะทำไง? กล้าไหม มาเลย จะพาไปถาม ในสมัยนั้น ศาลหล่าจา ยังเป็นเล็กๆ อยู่เลย อีกอย่างซินแถกำมะลอ100 ยังเป็นวุ้น ยังไม่ได้รู้เรื่องวิชาฮวงจุ้ยด้วยซ้ำ ไม่ใช่มาตอแหลใส่ร้ายอย่างนั้นอย่างนี้ จะแต่งข่าวอะไร? จะหลอกคนยังไง? คิดถึงความเป็นจริงกันหน่อย ถ้าทางนี้ไม่แน่จริง ไม่ได้ไปทำมาจริง ใครเขาจะกล้าประกาศลงเว็บไซต์ คงโดนฟ้องข้อหาแอบอ้าง หมิ่นประมาทไปนานแล้ว ไม่เหมือนอย่าง เว็บกำมะลอ100 เรื่องตอแหล ที่นิสัยสันดานชอบสร้างข่าวทำลายความน่าเชื่อถือ ดังนั้น ถ้าจะใส่ร้ายอะไร? ให้คิดดีๆ ก่อนก็ได้ ที่นี่ คนจริง วิชาจริง ของจริง ไม่สะทกสะท้านหรอก ใครหลงเชื่อแก ก็ควายแล้ว ทำไปทำมา คนเขารู้ความจริงเข้า ระวัง!!!! จะหากินไม่ได้นะ อันนี้ขอบอกไว้ ให้คิดเอง เอกภพ พาณิชย์ชะวงศ์
|
























