เกี่ยวกับอภิปรัชญาจีน
องค์ประกอบของวิชาอภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า-ดิน-คน
1) รูปดวงบุคคล (รูปดวงข่วย) ใช้สำหรับการทำนายบุคคลประกอบไปด้วย หลักปี หลักเดือน หลักวัน หลักยาม และ วัยจร ปีจร เดือนจร ทั้งสิ้น มีหลักการพิจารณาเจี่ยซิ้ง หลั่งซิ้ง และ ภาคีแปลงธาตุในภาคี 5, 10, 15 ซึ่งสามารถแปลงได้มากถึง 4 ธาตุ หมายความว่า หากภาคี 10 ซึ่งประกอบด้วย 19 28 37 46 ภาคีกัน จะได้เท่ากับ ภาคี 10 ทั้ง 4 คู่นี้ไม่ใช่แค่การภาคีเป็นธาตุดิน แต่ยังแตกออกเป็นธาตุอื่นๆ อีก และ ยังสามารถใช้คำนวณหาทิศทาง และ ชัยภูมิ ที่เหมาะสมกับบุคคลนั้นได้อีกด้วย
![]()
2) พื้นที่ และ ชัยภูมิ 2.1 หลานโถว /หล่วงเท้า ชัยภูมิ ตามระบบซำง้วน
![]() ![]()
2.2 หลี่ขี่ ทิศทาง และ พลัง ตามระบบซำง้วน 64 ทิศทาง (ระบบข่วย)
![]()
![]()
สำนักซาฮะสี่ไต่เก็ก 24 ทิศทาง ประกอบด้วย
![]()
![]() ![]()
สำหรับเรื่องพื้นที่ ชัยภูมิ ทิศทาง และ พลัง ของสำนักซาฮะ ทั้งกระบวนการพิจารณาชัยภูมิ พื้นที่ภายในอาคาร และ พื้นที่ภายนอกอาคาร ย่อมมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับชัยภูมิ พื้นที่ ทิศทาง และ พลัง ของสำนักซำง้วน
![]()
หลักการสำคัญที่มีความเกี่ยวพันกันในวิชาอภิปรัชญาจีน ระบบ ฟ้า-ดิน-คน
[2] ชัยภูมิ พื้นที่ และ ทิศทาง (ดิน)
สำนักไต่ซำง้วน (ระบบ 64 ทิศทาง สัญลักษณ์ข่วย) เมื่อบุคคลจะใช้หาบ้านให้เหมาะกับทิศทางและพลังในระบบฮวงจุ้ย 64 ทิศทาง (ดิน) ก็จะมีการตั้งดวงบุคคล (คน) ซึ่งเป็นระบบดวงข่วยขึ้นมาเพื่อหาทิศทาง สำหรับการหาทิศทางที่สอดคล้องกับบุคคล ย่อมต้องใช้ทั้งหลักปี หลักเดือน หลักวัน และ หลักยาม เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา ในการค้นหาทิศทางทั้ง 64 ทิศทาง ซึ่งต้องสอดคล้องกับรูปดวงนั้นๆ ด้วย ในระบบดวงข่วย (คน) นี้เอง ก็สามารถใช้ทำนายบุคคลได้เหมือนกับระบบดวงเจี่ยโหงวเฮ้ง 5 ธาตุแท้ของสำนักซาฮะสี่เก็กเช่นกัน เมื่อพื้นที่ ทิศทาง พลัง และ รูปดวงบุคคลในระบบข่วยสอดคล้องกันดีแล้ว ก็ต้องหาฤกษ์ยามข่วย (ฟ้า) ที่สอดคล้องกับรูปดวงบุคคล พื้นที่ ทิศทาง และ พลัง นั้น (สำหรับการใช้ฤกษ์ข่วยนี้ ฤกษ์ข่วยจะต้องสอดคล้องกับหลักปี หลักเดือน หลักยาม ในรูปดวงของบุคคลทั้งหมด) ซึ่งทั้งสามสิ่ง คือ ฟ้า ดิน คน จะต้องสอดคล้องกัน จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้เลย ทั้งนี้การจัดการชัยภูมิภายในและภายนอกทั้งหมด ก็ต้องถูกต้องตามระบบของวิชาซำง้วน 64 ทิศทาง เช่นกัน
และในการใช้ฤกษ์ยามระบบข่วย ต้องทราบว่า ระบบฤกษ์ยามนั้น คำว่า ปีดี เดือนดี วันดี ยามดี มิได้หมายความว่า จะประกอบสิ่งใดได้ทุกอย่าง ในแต่ละเดือน แต่ละวัน แต่ละเวลานั้น ย่อมมีข้อกำหนดชัดเจนว่า สามารถกระทำการสิ่งใดได้บ้าง เช่น วันดีบางวัน ไม่สามารถตั้งเตียง ไม่สามารถตั้งเตา ไม่สามารถขึ้นบ้านใหม่ แต่อาจเหมาะสำหรับการเปิดกิจการ อย่างนี้เป็นต้น
สำนักซาฮะสี่ไต่เก็ก (ระบบ 24 ทิศทาง สามประสาน 4 กลุ่มพลัง) เมื่อบุคคลจะใช้หาบ้านให้เหมาะกับทิศทางในระบบฮวงจุ้ย 24 ทิศทาง (ดิน) ก็จะมีการตั้งดวงบุคคล (คน) ซึ่งเป็นระบบดวงระบบเจี่ยโหงวเฮ้ง 5 ธาตุแท้จริง ขึ้นมาเพื่อหาทิศทางสำหรับการหาทิศทางที่สอดคล้องกับบุคคล ย่อมต้องใช้ทั้งหลักปี หลักเดือน หลักวัน และ หลักยาม เป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาในการค้นหาทิศทางทั้ง 24 ทิศทาง ซึ่งต้องสอดคล้องกับรูปดวงนั้นๆ ด้วย ระบบดวงเจี่ยโหงวเฮ้ง 5 ธาตุแท้ ของสำนักซาฮะสี่เก็ก เป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคย แต่ความคุ้นเคยอันนั้น ไม่ได้หมายความว่า เป็นสิ่งถูกต้องครบถ้วน จะเห็นว่า หลักการต่างๆ ที่มีการสอนอยู่ในปัจจุบัน ขาดรายละเอียดในหลักวิชามากมายหลายสิ่งซึ่งควรพิจารณา เมื่อทิศทาง และ รูปดวงบุคคลในระบบ 5 ธาตุ สอดคล้องกันดีแล้ว ก็ต้องหาฤกษ์ยามระบบ 5 ธาตุ (ฟ้า) ที่สอดคล้องกับรูปดวงบุคคลและทิศทางนั้น (สำหรับการใช้ฤกษ์ระบบ 5 ธาตุนี้ ฤกษ์ข่วยจะต้องสอดคล้องกับ หลักปี หลักเดือน หลักยาม ในรูปดวงของบุคคลทั้งหมด) ซึ่งทั้งสามสิ่ง คือ ฟ้า ดิน คน จะต้องสอดคล้องกัน จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้เลย ทั้งนี้การจัดการชัยภูมิภายในและภายนอกทั้งหมด ก็ต้องถูกต้องตามระบบของวิชาซาฮะสี่เก็ก 24 ทิศทาง เช่นกัน
และในการใช้ฤกษ์ยามระบบซาฮะสี่เก็ก ต้องทราบว่า ระบบฤกษ์ยามนั้น คำว่า ปีดี เดือนปี วันดี ยามดี มิได้หมายความว่า จะประกอบสิ่งใดได้ทุกอย่าง ในแต่ละเดือน แต่ละวัน แต่ละเวลานั้น ย่อมมีข้อกำหนดชัดเจนว่า สามารถกระทำการสิ่งใดได้บ้าง เช่น วันดีบางวัน ไม่สามารถตั้งเตียง ไม่สามารถตั้งเตา ไม่สามารถขึ้นบ้านใหม่ แต่อาจเหมาะสำหรับการเปิดกิจการ อย่างนี้เป็นต้น
การได้ศึกษาจากผู้ที่รู้จริง มีประสบการณ์จริง และ มีคุณธรรม มากกว่าการเห็นแก่ประโยชน์เงินทอง จะทำให้การศึกษาไม่หลงทิศทาง อย่าหลงเชื่อเพียงคำอวดอ้าง ไม่เช่นนั้นจะเป็นเหมือนหลายๆ คน ซึ่งสนใจจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น เกิดความโลภในวิชา จนเกิดความมืดบอด ต้องเสียเงินเสียทองจำนวนมาก และ เสียเวลาหลงทาง ซ้ำยังเกิดผลร้ายต่างๆ นานา จากความเข้าใจที่ผิดพลาด และ การใช้หลักการที่ขาดความครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้สนใจศึกษาจึงควรใช้วิจารณญาณ มากกว่าการหลงเชื่อการสร้างภาพ หรือ การโฆษณาล่อลวงของกลุ่มผู้แสวงหาผลประโยชน์ ขอจงตระหนัก ครั้นเมื่อจะไปศึกษากับผู้ใดก็ตาม หลักและวิธีการดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ย่อมเป็นเครื่องชี้แนะ หากไปศึกษากับผู้ใด สถาบันหรือชมรมใดแล้ว มีหลักการ วิธีการไม่ได้ตรงกับที่กล่าวมาข้างต้น ขอให้หยุดคิดพิจารณาให้ดี เพราะหลักวิธีการดังที่กล่าวมาในเบื้องต้นนั้น เป็นหลักวิธีการที่มีอยู่จริง และ สืบทอดการใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน รายละเอียดของวิชายังมีการใช้งานได้จริง และ สืบเนื่องต่อกันมา ไม่มีการตัดทอนรายละเอียดใดๆ ทั้งสิ้น... |
































